ข้ามไปที่เนื้อหา

ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล MediTech

แผนการพัฒนาตามเอกสาร TOR ระยะเวลา 8 เดือน

เวอร์ชันเอกสาร: 2.0
วันที่: 28 สิงหาคม 2568
โครงการ: ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล MediTech (รองรับ 500+ เตียง, 100+ ผู้ใช้งานพร้อมกัน)
ระยะเวลาทั้งหมด: 240 วัน (8 เดือน)
หมวดหมู่: แผนการจัดการโครงการและการดำเนินงานตาม TOR


สรุปผู้บริหาร

แผนการพัฒนาฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงจาก เอกสาร TOR (Terms of Reference) ทั้งหมด 32 ระบบ ที่มีอยู่ในโครงการ MediTech โดยวิเคราะห์ความต้องการทางเทคนิค ขอบเขตการทำงาน และการเชื่อมโยงระหว่างระบบตามที่ระบุในแต่ละ TOR เพื่อให้การพัฒนาสอดคล้องกับความต้องการจริงและมีความแม่นยำในการประมาณเวลา

ข้อมูลหลักของโครงการ

  • จำนวนระบบทั้งหมด: 32 ระบบตามเอกสาร TOR
  • ระยะเวลาพัฒนา: 240 วัน (8 เดือน)
  • ความจุเป้าหมาย: รองรับผู้ป่วย 500+ เตียง, ผู้ใช้งาน 100+ คนพร้อมกัน
  • เทคโนโลยีหลัก: Nest.js, Next.js 14, PostgreSQL, Prisma ORM
  • ข้อกำหนดการปฏิบัติตาม: HL7 FHIR, PDPA, ระเบียบ สธ., มาตรฐาน ISO/IEC 27001
  • ช่องทางการบริการ: เว็บ, มือถือ PWA, Kiosk, Line Bot, SMS

สารบัญ

  1. การวิเคราะห์ TOR และการแมประบบ
  2. ภาพรวมเฟสการพัฒนาและการวิเคราะห์เส้นทางวิกฤต
  3. แผนการพัฒนารายเดือนตาม TOR
  4. การจัดการความเสี่ยงและกลยุทธ์การลดผลกระทบ
  5. การควบคุมคุณภาพและจุดตรวจสอบ
  6. การจัดสรรทรัพยากรและโครงสร้างทีม
  7. กลยุทธ์การทดสอบและการตรวจสอบ
  8. กลยุทธ์การติดตั้งและการเปิดใช้งาน

การวิเคราะห์ TOR และการแมประบบ

การจัดกลุ่มระบบตามการพึ่งพา (System Dependency Groups)

จากการวิเคราะห์เอกสาร TOR ทั้ง 32 ระบบ สามารถจัดกลุ่มระบบตามลำดับการพึ่งพาและความสำคัญได้ดังนี้:

กลุ่มที่ 1: ระบบพื้นฐานและโครงสร้าง (Foundation Systems)

ความสำคัญ: วิกฤต - ต้องเสร็จก่อนระบบอื่น - ระบบผู้ดูแลระบบ (System Administration Module) - ระบบรักษาความปลอดภัยและการจัดการผู้ใช้ - ระบบงานเวชระเบียนและเวชสถิติ - ระบบจัดการข้อมูลผู้ป่วยหลัก รวมถึงการลงทะเบียนและ HN - ระบบนัดหมายผู้ป่วยและระบบบริหารจัดการคิว - ระบบจัดการการไหลของผู้ป่วย

กลุ่มที่ 2: ระบบงานคลินิกหลัก (Core Clinical Systems)

ความสำคัญ: วิกฤต - ระบบการรักษาหลัก - ระบบงานห้องฉุกเฉิน (Emergency Room System: ER) - ระบบ Triage และการรักษาฉุกเฉิน - ระบบห้องตรวจแพทย์ผู้ป่วยนอก (OPD-CPOE-AI-Assist) - ระบบ SOAP + CPOE สำหรับผู้ป่วยนอก - งานพยาบาลผู้ป่วยนอก - ระบบสนับสนุนการทำงานของพยาบาล OPD

กลุ่มที่ 3: ระบบวินิจฉัยและห้องปฏิบัติการ (Diagnostic Systems)

ความสำคัญ: สูง - สนับสนุนการวินิจฉัย - ระบบห้องปฏิบัติการกลาง (Central Laboratory System) - ระบบ Lab พร้อม CPOE AI - ระบบงานรังสีวิทยา (Radiology System with CPOE AI Assist) - ระบบรังสีและ DICOM - ระบบงานพยาธิวิทยา (Pathology System with CPOE AI Assist) - ระบบตรวจพยาธิวิทยา

กลุ่มที่ 4: ระบบผู้ป่วยในและการจัดการยา (Inpatient & Medication Systems)

ความสำคัญ: สูง - การดูแลผู้ป่วยใน - ระบบงาน Admission ผู้ป่วยใน (Inpatient Admission System) - ระบบรับ-จำหน่าย และจัดการเตียง - ระบบงานพยาบาลผู้ป่วยใน (Inpatient Nursing System) - ระบบ e-Kardex และ Task Management - ระบบงานแพทย์และการให้คำสั่งผู้ป่วยใน (IPD-CPOE AI Assist) - ระบบ CPOE สำหรับผู้ป่วยใน - ระบบการบริการจัดการยาผู้ป่วยใน (e-MAR) - ระบบจัดการยาและ Medication Safety - ระบบงานห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก - ระบบจ่ายยา OPD พร้อม Drug Interaction Check - ระบบห้องจ่ายยาผู้ป่วยใน - ระบบจ่ายยา IPD และ Unit Dose - ระบบบริหารการจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ - ระบบ Inventory และ Supply Chain

กลุ่มที่ 5: ระบบงานศิลยกรรมและหัตถการ (Surgical & Procedure Systems)

ความสำคัญ: สูง - การรักษาเฉพาะทาง - ระบบงานห้องผ่าตัด (Operating Room Information System) - ระบบ OR Schedule และ Perioperative - ระบบงานวิสัญญี (Anesthesia Information System) - ระบบ Pre-op และ Anesthesia Record - ระบบห้องคลอด (Labor Room Module + CPOE AI Assist) - ระบบห้องคลอดและ Obstetric Care - ระบบงานธนาคารเลือด (Blood Bank System) - ระบบจัดการเลือดและ Transfusion

กลุ่มที่ 6: ระบบคลินิกเฉพาะทาง (Specialized Clinical Systems)

ความสำคัญ: กลาง - บริการเฉพาะทาง - ระบบงานทันตกรรม (Dental Care System – CPOE AI Assist) - ระบบทันตกรรมพร้อม CPOE - ระบบเวชศาสตร์ฟื้นฟู - ระบบ Rehabilitation และ Physical Therapy - ระบบแพทย์แผนไทย - ระบบการรักษาด้วยการแพทย์แผนไทย - ระบบงานโภชนาการ - ระบบ Diet Order และ Nutritional Assessment - ระบบตรวจสุขภาพ - ระบบ Health Screening และ Wellness Program

กลุ่มที่ 7: ระบบการเงินและการบริหาร (Financial & Administrative Systems)

ความสำคัญ: สูง - ระบบสนับสนุนองค์กร - ระบบการเงินผู้ป่วยนอก - ระบบเก็บเงินและ Billing OPD - ระบบการเงินผู้ป่วยใน - ระบบเก็บเงินและ Billing IPD - DRG System - ระบบจำแนก DRG และ Reimbursement - ระบบบัญชีลูกหนี้ - ระบบเรียกเก็บ - ส่งเบิก - ระบบ Claims Management

กลุ่มที่ 8: ระบบคุณภาพและความปลอดภัย (Quality & Safety Systems)

ความสำคัญ: สูง - การควบคุมคุณภาพ - ระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management & IC) - ระบบ Incident Report และ Infection Control - ระบบงานสังคมสงเคราะห์ (Social Welfare Module) - ระบบ Case Management

กลุ่มที่ 9: ระบบเชื่อมต่อภายนอก (External Integration Systems)

ความสำคัญ: สูง - การเชื่อมต่อข้อมูล - ระบบรับส่งต่อ (Referral System) - ระบบส่งต่อผู้ป่วย และ Inter-hospital Communication


ภาพรวมเฟสการพัฒนาและการวิเคราะห์เส้นทางวิกฤต

การแบ่งเฟสการพัฒนาตามการวิเคราะห์ TOR

เฟส 1: ระบบพื้นฐานและรักษาความปลอดภัย (เดือนที่ 1)

ระยะเวลา: 30 วัน
จุดประสงค์: สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงและปลอดภัย

เฟส 2: ระบบผู้ป่วยและการจัดการคิว (เดือนที่ 2)

ระยะเวลา: 30 วัน
จุดประสงค์: ระบบจัดการผู้ป่วยและการไหลของงาน

เฟส 3: ระบบคลินิกหลักและงานฉุกเฉิน (เดือนที่ 3)

ระยะเวลา: 30 วัน
จุดประสงค์: ระบบการรักษาหลักและ CPOE

เฟส 4: ระบบวินิจฉัยและห้องปฏิบัติการ (เดือนที่ 4)

ระยะเวลา: 30 วัน
จุดประสงค์: ระบบสนับสนุนการวินิจฉัย

เฟส 5: ระบบผู้ป่วยในและการจัดการยา (เดือนที่ 5)

ระยะเวลา: 30 วัน
จุดประสงค์: ระบบดูแลผู้ป่วยในและความปลอดภัยด้านยา

เฟส 6: ระบบงานศิลยกรรมและคลินิกเฉพาะทาง (เดือนที่ 6)

ระยะเวลา: 30 วัน
จุดประสงค์: ระบบการรักษาเฉพาะทาง

เฟส 7: ระบบการเงินและการบริหาร (เดือนที่ 7)

ระยะเวลา: 30 วัน
จุดประสงค์: ระบบสนับสนุนองค์กรและการเงิน

เฟส 8: การรวมระบบและเปิดใช้งาน (เดือนที่ 8)

ระยะเวลา: 30 วัน
จุดประสงค์: Integration, Testing และ Go-Live


แผนการพัฒนารายเดือนตาม TOR

เดือนที่ 1 (วันที่ 1-30): ระบบพื้นฐานและรักษาความปลอดภัย

สัปดาห์ที่ 1-2 (วันที่ 1-14): ระบบผู้ดูแลระบบ (System Administration Module)

การจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน (วันที่ 1-7)

เป้าหมาย Sprint: สร้างสภาพแวดล้อมการพัฒนาและ Security Framework

ส่งมอบตาม TOR: - ระบบพิสูจน์ตัวตน (Authentication) ตาม TOR ระบบผู้ดูแลระบบ: - Username + Password พร้อม Password Policy - การเตรียมความพร้อม RFID พนักงาน - การเตรียมความพร้อม Fingerprint Scanner - การเตรียมความพร้อม Thai National ID (Smart Card) - Two-Factor Authentication (2FA) Framework - Database Schema พื้นฐานตาม TOR ระบบเวชระเบียน - Docker Containerization สำหรับ Backend, Frontend, Database - CI/CD Pipeline พร้อม GitHub Actions - PostgreSQL 15+ ตั้งค่า Master-Slave Replication - Redis Cluster สำหรับ Session และ Cache

ทีม: DevOps Engineer (1), Security Engineer (1), Backend Lead (1)

การจัดการผู้ใช้งานและสิทธิ์ (วันที่ 8-14)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ RBAC และ Digital Signature ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบผู้ดูแลระบบ: - การจัดการผู้ใช้งาน (User Management): - เพิ่ม/ลบ/แก้ไข บัญชีผู้ใช้งาน - การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน (Role-Based Access Control) - การจัดกลุ่มตามหน่วยงาน (Department-based) - การกำหนดตำแหน่ง (Position/Role) เพื่อเชื่อมกับ Workflow - การระบุผู้รับผิดชอบกิจกรรมเฉพาะ (Responsible User per Task)

  • การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง (Permission & Access Control):
  • แยกสิทธิ์ตามโมดูล (EMR, eMAR, CPOE ฯลฯ)
  • แยกตามหน้าที่ เช่น View, Edit, Approve, Export
  • ระบบจัดชุดสิทธิ์แบบ Template
  • ระบบตรวจสอบ Log การเข้าใช้และการกระทำ (Audit Trail)

  • ระบบจัดการลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature Management):

  • กำหนดลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ใช้งานแต่ละคน
  • ลายเซ็นดิจิทัลแบบ PKI (X.509)
  • การเตรียมความพร้อมสำหรับลายเซ็นจากบัตร Thai ID
  • การเตรียมความพร้อมสำหรับ Smartpad Signature

ทีม: Backend Developers (3), Security Engineer (1), Frontend Developer (1)

สัปดาห์ที่ 3-4 (วันที่ 15-30): ระบบงานเวชระเบียนและเวชสถิติ

การลงทะเบียนผู้ป่วยใหม่ (วันที่ 15-22)

เป้าหมาย Sprint: ระบบลงทะเบียนครบถ้วนตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบเวชระเบียน: - ขอบเขตการลงทะเบียนตาม TOR: - การลงทะเบียนผู้ป่วยใหม่โดยเจ้าหน้าที่เวชระเบียน ณ จุดบริการ - การเตรียมความพร้อมสำหรับ Kiosk Self-Registration - การเตรียมความพร้อมสำหรับ Mobile App และ Line Registration

  • ข้อมูลที่บันทึกได้ตาม TOR:
  • ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย: HN, ชื่อ, นามสกุล, เพศ, คำนำหน้าชื่อ, วันเดือนปีเกิด, อายุ, หมู่เลือด, สถานภาพสมรส, เชื้อชาติ, สัญชาติ, ศาสนา, การศึกษา, อาชีพ, สถานะการมีชีวิต
  • หมายเลขบัตรประชาชน, Passport (กรณีต่างชาติ)
  • ข้อมูลเลขที่หนังสือส่งตัว, สถานพยาบาลที่ส่งตัว, เวชระเบียนเก่า, ชื่เดิม, ชื่อเล่น

  • ระบบสนับสนุนตาม TOR:

  • ระบบตรวจสอบข้อมูลซ้ำจากชื่อ-นามสกุล และ HN โดยอัตโนมัติ
  • ระบบรองรับการอ่านข้อมูลจากบัตรประชาชนและถ่ายภาพได้ทันที
  • การสร้าง HN อัตโนมัติตามรูปแบบ: PREFIX + 6-digit sequence
  • ระบบสร้าง HN ชั่วคราวสำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น ผู้ป่วยหมดสติ

ทีม: Backend Developers (3), Database Architect (1), Frontend Developer (1)

การส่งผู้ป่วยเข้าห้องตรวจ (เปิด Visit) (วันที่ 23-30)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Visit Management ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบเวชระเบียน: - ขอบเขตการทำงานตาม TOR: - การทำรายการโดยเจ้าหน้าที่ หรือผู้ป่วยผ่าน Kiosk ที่ได้รับการยืนยันข้อมูลแล้ว - ระบบสามารถสร้าง OPD Visit เพื่อระบุแผนกหรือคลินิกที่รับบริการ - รองรับการส่งผู้ป่วยเข้าตรวจได้มากกว่า 1 แผนกพร้อมกัน - ตรวจสอบสิทธิการรักษาจาก สปสช. กรมบัญชีกลาง หรือระบบสิทธิอื่นแบบเชื่อมต่ออัตโนมัติ และการบันทึกสิทธิแบบ Manual - รองรับการเลือกใช้สิทธิหลักหรือสิทธิรอง กรณีผู้ป่วยมีหลายสิทธิ

  • การออกเอกสารตาม TOR:
  • สามารถออกเอกสารส่งตรวจพร้อมบัตรคิวบริการในชุดเดียวกันได้
  • พิมพ์เอกสารส่งตรวจได้จากจุดบริการหรือ Kiosk พร้อมหมายเลขคิวให้บริการ
  • รองรับการแสดงสถานะการเข้ารับบริการย้อนหลัง และประวัติการตรวจ

ทีม: Backend Developers (3), Frontend Developers (2), Integration Engineer (1)

จุดตรวจสอบคุณภาพที่ 1: ระบบพื้นฐานทำงานได้ ระบบลงทะเบียนผู้ป่วยใช้งานได้ ระบบความปลอดภัยผ่านการทดสอบ


เดือนที่ 2 (วันที่ 31-60): ระบบผู้ป่วยและการจัดการคิว

สัปดาห์ที่ 5-6 (วันที่ 31-44): ระบบนัดหมายผู้ป่วยและระบบบริหารจัดการคิว

ระบบนัดหมายผู้ป่วย (วันที่ 31-37)

เป้าหมาย Sprint: ระบบนัดหมายหลายช่องทางตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบนัดหมายผู้ป่วยและระบบบริหารจัดการคิว: - ช่องทางการนัดหมายตาม TOR: - การบันทึกนัดหมายโดยเจ้าหน้าที่ งานผู้ป่วยนอกนัดเพื่อ Follow-up - การเตรียมความพร้อม Mobile Application สำหรับผู้ป่วยทำรายการเอง - การเตรียมความพร้อม Line Application สำหรับผู้ป่วย - รองรับการนัดหมายผ่านการโทรศัพท์ (เจ้าหน้าที่บันทึกให้) - รองรับการนัดหมายจาก Ward เพื่อส่งผู้ป่วยรับการตรวจกับแพทย์ที่ออกตรวจ OPD - รองรับการนัดหมายการ Admit ผู้ป่วยใน, นัดผ่าตัด, นัดทำหัตถการ

  • ระบบการจัดการนัดหมายตาม TOR:
  • สร้าง "ใบนัด" ที่มีคำแนะนำ/การเตรียมตัวก่อนวันนัด
  • รองรับการสร้างรูปแบบฟอร์มมาตรฐานไว้ให้เลือกและแก้ไขได้รายบุคคล
  • ส่งข้อมูลสื่อสารการนัดหมาย ผ่าน Mobile Application หรือ Line Application
  • ผู้ป่วยสามารถเลื่อนหรือยกเลิกนัดผ่าน Line หรือ Mobile App
  • ระบบเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลงนัดหมาย

ทีม: Backend Developers (3), Frontend Developers (2), Mobile Developer (1)

ตารางการทำงานและการจัดการ Slot (วันที่ 38-44)

เป้าหมาย Sprint: ระบบตารางแพทย์และ Slot Management ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR: - รายละเอียดการนัดและตารางการทำงานตาม TOR: - การนัดเป็นชุดหรือแพคเกต ตั้งค่าเป็น Template มาตรฐานหรือรายบุคคล - การสร้างปฏิทินการทำงานของคลินิกและตารางการทำงานแพทย์ - กำหนดประเภทการรับนัดหมายตามช่วงเวลาที่ปรับปรุงได้

  • การตั้งค่า Slot เวลาตาม TOR:
  • ทุก 10/15/30/60 นาที
  • ช่วงเวลาเช้า/บ่าย
  • ทั้งวัน (ไม่ระบุเวลา)
  • จำกัดจำนวนคนต่อวัน
  • ไม่จำกัดจำนวน
  • กำหนดจำนวนเปิดรับในแต่ละช่องทาง Mobile/Line และจุดให้บริการเจ้าหน้าที่

ทีม: Backend Developers (3), Frontend Developers (2), Business Analyst (1)

สัปดาห์ที่ 7-8 (วันที่ 45-60): ระบบจัดการคิวและ UI พื้นฐาน

ระบบจัดการคิวผู้ป่วยนอก (วันที่ 45-52)

เป้าหมาย Sprint: ระบบคิวครบถ้วนตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบนัดหมายและคิว: - ประเภทคิวตาม TOR: - คิวนัด - Walk-in - กลุ่มพิเศษ (VIP, ผู้สูงอายุ, คนพิการ)

  • ฟังก์ชันการทำงานตาม TOR:
  • ออกบัตรคิวแบบ Real-time
  • เรียกคิวอัตโนมัติตามการนัดหมายหรือกลุ่มสิทธิตามลำดับการตั้งค่า
  • เชื่อมต่อจอแสดงผลและระบบเสียงเรียก
  • แสดงสถานะคิว ณ จุดพยาบาลหน้าห้องตรวจ จุดคัดกรอง ห้องตรวจ ห้องยา ห้องการเงิน

ทีม: Backend Developers (3), Frontend Developers (2), Hardware Integration (1)

การเชื่อมโยงระบบและ UI พื้นฐาน (วันที่ 53-60)

เป้าหมาย Sprint: ระบบเชื่อมโยงและ Staff Interface ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR: - การเชื่อมโยงระบบตาม TOR: - เชื่อมโยงกับระบบเวชระเบียน, OPD, ห้องตรวจ, ระบบแพทย์ และพยาบาล - เมื่อผู้ป่วย Check-in แล้ว จะอัปเดตสถานะคิวอัตโนมัติ - รองรับการเชื่อมข้อมูลนัดและคิวกับระบบตารางแพทย์

  • การแจ้งเตือนตาม TOR:
  • แจ้งเตือนผ่าน Mobile App (Push Notification) หรือ Line Official Account

  • Staff Web Interface:

  • Next.js 14 Application Setup พร้อม App Router
  • Authentication และ Authorization UI ตาม Security Framework
  • Patient Registration Interface ที่สอดคล้องกับ TOR ระบบเวชระเบียน
  • Appointment Booking Interface ตาม TOR ระบบนัดหมาย
  • Queue Management Dashboard ตาม TOR ระบบคิว

ทีม: Frontend Developers (4), Backend Developers (2), UI/UX Designer (1)

จุดตรวจสอบคุณภาพที่ 2: การไหลของผู้ป่วยหลักทำงานได้ (ลงทะเบียน → นัดหมาย → คิว → Visit)


เดือนที่ 3 (วันที่ 61-90): ระบบคลินิกหลักและงานฉุกเฉิน

สัปดาห์ที่ 9-10 (วันที่ 61-74): ระบบงานห้องฉุกเฉิน (Emergency Room System: ER)

การรับผู้ป่วยฉุกเฉินและการคัดแยก (Triage Intake) (วันที่ 61-67)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ ER Workflow และ Triage ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบงานห้องฉุกเฉิน: - การรับผู้ป่วยฉุกเฉินตาม TOR: - รองรับการรับข้อมูลผู้ป่วยจาก Smart Card/Barcode/HN - บันทึกเวลามาถึง, วิธีการมา (มาเอง/EMS/นัดมา/ส่งต่อ) - ระบุประเภทผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยอุบัติเหตุ, ฉุกเฉิน, ตรวจทั่วไป

  • ระบบคัดแยกผู้ป่วย (Triage Level) ตาม TOR:
  • แสดงระดับความเร่งด่วน (Red, Orange, Yellow, Green, Blue)
  • คำนวณคะแนนจาก V/S, GCS, อาการ และ AVPU
  • ประเมินโดยพยาบาล พร้อมลายเซ็นและเวลาประเมิน
  • เชื่อมต่อผลการคัดกรองเข้าสู่หน้าตรวจแพทย์และแสดงใน Dashboard

  • ระบบแสดงสถานะผู้ป่วยต่อญาติตาม TOR:

  • แสดงสถานะคิวผ่านจอทีวีหรือแอป เช่น "รอตรวจ", "กำลังตรวจ", "รอผล", "รอ Admit"
  • ลดความกังวลของญาติ และปรับปรุงประสบการณ์ผู้ป่วย

ทีม: Backend Developers (3), Frontend Developers (2), Clinical Consultant (1)

ระบบงานแพทย์ ER (SOAP + CPOE AI Assist) (วันที่ 68-74)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ CPOE สำหรับ ER ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบงานห้องฉุกเฉิน: - การบันทึกผลตรวจและคำสั่งแพทย์ตาม TOR: - ระบบรองรับการบันทึกผลตรวจในรูปแบบ SOAP Note โดยให้แพทย์พิมพ์ข้อมูล S, O, A และ Plan - รองรับการเขียนหรือนำเข้าแบบฟอร์มการตรวจรักษาเป็น Template - สามารถบันทึกภาพถ่ายพร้อมระบบ Mark ตำแหน่ง (Image Annotation) - สามารถบันทึกภาพและแนบวิดีโอ (Video Attachments) - รองรับการวาดภาพ (Sketch) และ Body Map

  • AI Assistant ตาม TOR:
  • ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อความในส่วน Plan และแปลงเป็นรายการคำสั่งที่แยกตามประเภท: Lab, X-ray, Procedure, Drug Order, Admit, Follow-up
  • ระบบแสดงค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ โดยแยกเป็น "ราคาทั้งหมด", "ส่วนที่สิทธิสามารถเบิกได้", และ "ส่วนที่ผู้ป่วยต้องชำระเอง"
  • ระบบแปลงข้อความการวินิจฉัยโรคเป็นรหัส ICD-10 ได้อัตโนมัติ
  • ระบบแปลงหัตถการเป็นรหัส ICD-9-CM ได้อัตโนมัติ

ทีม: Backend Developers (3), AI/ML Engineer (2), Frontend Developers (2)

สัปดาห์ที่ 11-12 (วันที่ 75-90): ระบบห้องตรวจแพทย์ผู้ป่วยนอกและงานพยาบาลผู้ป่วยนอก

ระบบห้องตรวจแพทย์ผู้ป่วยนอก (OPD-CPOE-AI-Assist) (วันที่ 75-82)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ OPD CPOE ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบห้องตรวจแพทย์ผู้ป่วยนอก: - ข้อมูลผู้ป่วยและการเรียกคิวตาม TOR: - ระบบค้นหาข้อมูลผู้ป่วยจาก HN หรือชื่อ-สกุล เพื่อแสดงข้อมูลพื้นฐาน - ระบบเรียกคิวผู้ป่วยเรียงตามลำดับที่ส่งจากจุดลงทะเบียน - ระบบแสดงค่าสัญญาณชีพล่าสุด: BP, HR, RR, Temp, SpO2, น้ำหนัก, ส่วนสูง และคำนวณ BMI - ระบบแสดงประวัติการรักษาย้อนหลัง รายการตรวจ Lab ผล X-ray รายการยา การวินิจฉัย และการนัดหมาย

  • การบันทึกผลตรวจและคำสั่งแพทย์ (SOAP Note + CPOE AI Assist) ตาม TOR:
  • [ฟังก์ชันทั้งหมดเหมือนกับระบบ ER แต่ปรับให้เหมาะกับ OPD]
  • ระบบสามารถเรียกใช้คำสั่งจากการมาครั้งก่อนหน้า (Re-Med หรือ Re-Order)
  • ระบบรองรับการสร้างชุดคำสั่งแพทย์ล่วงหน้า (Package Order)
  • ระบบตรวจสอบการแพ้ยา และการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา (Drug Interaction)

ทีม: Backend Developers (3), AI/ML Engineer (2), Frontend Developers (2)

งานพยาบาลผู้ป่วยนอก (วันที่ 83-90)

เป้าหมาย Sprint: ระบบสนับสนุนงานพยาบาล OPD ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR งานพยาบาลผู้ป่วยนอก: - ระบบสนับสนุนงานพยาบาล: - Nursing Assessment Forms สำหรับผู้ป่วยนอก - Vital Signs Documentation และการเชื่อมต่อเครื่องมือวัด - Patient Education Tracking และข้อมูลการให้คำแนะนำ - Nursing Care Plan Integration กับระบบ CPOE - Pre-procedure Preparation และ Post-procedure Care - การประสานงานกับแพทย์และแผนกอื่น

ทีม: Backend Developers (2), Frontend Developers (2), Nursing Consultant (1)

จุดตรวจสอบคุณภาพที่ 3: ระบบงานฉุกเฉินและผู้ป่วยนอกทำงานได้ ระบบ CPOE AI ทำงานถูกต้อง


เดือนที่ 4 (วันที่ 91-120): ระบบวินิจฉัยและห้องปฏิบัติการ

สัปดาห์ที่ 13-14 (วันที่ 91-104): ระบบห้องปฏิบัติการกลาง (Central Laboratory System)

การสั่งตรวจและ CPOE AI Assist (วันที่ 91-97)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Lab Order และ AI Assistant ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบห้องปฏิบัติการกลาง: - การสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab Order) ตาม TOR: - แพทย์สามารถระบุคำสั่งตรวจผ่าน Plan ใน SOAP Note และระบบ AI จะวิเคราะห์และแปลงคำสั่งเป็นรายการ Lab Order แยกประเภท (CBC, BUN, Cr, Culture ฯลฯ) - รองรับการตรวจเฉพาะทาง เช่น HLA, Hormone, Tumor Marker - รองรับคำสั่ง STAT/PRN และคำสั่งแบบ Protocol

  • ระบบซักประวัติ/คัดกรองก่อนสั่งตรวจตาม TOR:
  • แบบฟอร์มคัดกรอง (Screening Form) เช่น การตั้งครรภ์, ยาที่ใช้ประจำ, ความเสี่ยงติดเชื้อ, เงื่อนไขการตรวจพิเศษ
  • ระบบตรวจสอบอัตโนมัติจากประวัติผู้ป่วย (Allergy, Comorbidity) ก่อนส่งคำสั่งตรวจ

ทีม: Backend Developers (3), AI/ML Engineer (1), Integration Engineer (1)

การจัดการตัวอย่างและผลตรวจ (วันที่ 98-104)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Specimen Management และ Result Reporting ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR: - การเชื่อมโยงคำสั่งกับการจัดเก็บตัวอย่าง (Specimen) ตาม TOR: - ระบบ Match Barcode หลอดเก็บตัวอย่างกับผู้ป่วยโดยอัตโนมัติ - แสดงสถานะการเก็บตัวอย่าง (ยังไม่เก็บ, เก็บแล้ว, ส่งตรวจแล้ว)

  • การรองรับการส่งตรวจภายนอก (Outlab) ตาม TOR:
  • รองรับการส่งตรวจนอกโรงพยาบาล พร้อมแนบข้อมูลใบคำขออิเล็กทรอนิกส์
  • รองรับการเชื่อมต่อ Online กับบริษัทรับจ้างตรวจ
  • รองรับการนำเข้าผลตรวจกลับเข้า HIS ในรูปแบบ HL7, PDF หรือค่าผลโดยตรง

  • การบันทึกผลจากการนำผลมาตรวจเอง (Manual Input) ตาม TOR:

  • หน้าจอสำหรับเจ้าหน้าที่บันทึกผลที่ผู้ป่วยนำมาเอง พร้อมแนบไฟล์ผลตรวจ (PDF, Image)
  • ระบบระบุแหล่งที่มาของผลตรวจ และแยกผลที่รับรองโดย Lab ภายนอก

ทีม: Backend Developers (3), Lab Integration Engineer (2), Frontend Developer (1)

สัปดาห์ที่ 15-16 (วันที่ 105-120): ระบบพยาธิวิทยาและรังสีวิทยา

ระบบงานพยาธิวิทยา (Pathology System with CPOE AI Assist) (วันที่ 105-112)

เป้าหมาย Sprint: ระบบพยาธิวิทยาครบถ้วนตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบงานพยาธิวิทยา: - ระบบ CPOE AI Assist สำหรับแพทย์ตาม TOR: - การส่งตรวจพยาธิวิทยา: รองรับการสั่งตรวจ Biopsy, Cytology, Frozen section, Immunohistochemistry (IHC), Molecular test ฯลฯ - AI Assist: วิเคราะห์ข้อความใน SOAP Note หรือ Plan เพื่อแปลงเป็นคำสั่งตรวจทางพยาธิวิทยาโดยอัตโนมัติ - การระบุ Indication และ Site: ให้แพทย์เลือกหรือกรอกเหตุผลที่ส่งตรวจและตำแหน่งที่เก็บตัวอย่าง - แนบไฟล์หรือภาพถ่าย: เช่น ภาพก้อนเนื้อ, ผล X-ray/CT ก่อนผ่าตัด

  • การจัดการตัวอย่าง (Specimen Management) ตาม TOR:
  • การรับ Specimen: บันทึกชนิดสิ่งส่งตรวจ, วัน-เวลา, สถานที่เก็บ, และผู้เก็บตัวอย่าง
  • ระบบติดตามสถานะ Specimen: เช่น Received, In Process, Pending Result, Reported
  • Barcode Tracking: สร้าง Label อัตโนมัติให้กับสิ่งส่งตรวจ

ทีม: Backend Developers (2), Frontend Developer (1), Pathology Consultant (1), AI/ML Engineer (1)

ระบบงานรังสีวิทยา (Radiology System with CPOE AI Assist) (วันที่ 113-120)

เป้าหมาย Sprint: ระบบรังสีวิทยาและ DICOM Integration ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบงานรังสีวิทยา: - ระบบซักประวัติและคัดกรองผู้ป่วยก่อนสั่งตรวจตาม TOR: - แสดงข้อมูลผู้ป่วยอัตโนมัติ เช่น เพศ อายุ โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และค่า GFR ล่าสุด - ตรวจสอบภาวะเสี่ยง เช่น การแพ้สารทึบแสง ภาวะไตบกพร่อง และการตั้งครรภ์ - ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อพบข้อห้ามทางคลินิกสำหรับการตรวจ

  • การสั่งตรวจทางรังสีด้วย CPOE AI Assist ตาม TOR:
  • เมนูเลือกการตรวจที่แยกตามประเภท เช่น X-ray, CT, MRI, Ultrasound
  • ช่องระบุข้อบ่งชี้ทางคลินิก และคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการตรวจเฉพาะทาง
  • AI Assistant ตรวจสอบความซ้ำซ้อนและการชนกัน (Duplication & Conflict Check)
  • การให้คำแนะนำการตรวจที่เหมาะสม (Appropriate Exam Recommendation)
  • การประเมินความเสี่ยงและข้อห้าม (Risk Assessment & Contraindication Alert)

  • การจัดการภาพถ่ายและรายงานผลตาม TOR:

  • รับภาพจากเครื่องตรวจ และจัดเก็บในระบบ PACS
  • รองรับการแสดงผลภาพ DICOM ผ่าน Web Viewer
  • แพทย์รังสีบันทึกผลการอ่านภาพ และแนบเข้าสู่เวชระเบียนอัตโนมัติ

ทีม: Backend Developers (2), DICOM Integration Engineer (1), Frontend Developer (1), Radiology Consultant (1)

จุดตรวจสอบคุณภาพที่ 4: ระบบวินิจฉัยทำงานได้ครบถ้วน การเชื่อมต่อ DICOM และ Lab ทำงานถูกต้อง


เดือนที่ 5 (วันที่ 121-150): ระบบผู้ป่วยในและการจัดการยา

สัปดาห์ที่ 17-18 (วันที่ 121-134): ระบบ Admission และพยาบาลผู้ป่วยใน

ระบบงาน Admission ผู้ป่วยใน (Inpatient Admission System) (วันที่ 121-127)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Admission และ Bed Management ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบงาน Admission ผู้ป่วยใน: - การลงทะเบียนรับผู้ป่วยใน (Inpatient Admission) ตาม TOR: - เชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยจากระบบเวชระเบียน เช่น HN, ประวัติการแพ้ยา, ผลตรวจเดิม - รองรับการ Admit จากแหล่งต่าง ๆ เช่น OPD, ER, นัดหมายแพทย์ - สามารถรับผู้ป่วยจากระบบนัดหมายล่วงหน้า เพื่อ Admit ตามวันที่แพทย์กำหนด - ออกเลขที่ AN (Admission Number) อัตโนมัติ พร้อมพิมพ์สติกเกอร์ AN และ Patient Summary - กำหนดประเภทการ Admit: ปกติ, อุบัติเหตุ, เด็กแรกเกิด, คลอดบุตร - รองรับการบันทึกว่าเป็น Re-Admit ด้วยอาการเดิม

  • การจัดการเตียง (Bed Management) ตาม TOR:
  • แสดงผังเตียงของแต่ละ Ward พร้อมสถานะ (ว่าง, ไม่ว่าง, จองไว้, ปรับสภาพ)
  • รองรับการจองเตียงล่วงหน้าและเตียงรอ Admit
  • แสดงข้อมูลจำนวนเตียงทั้งหมด เตียงที่ถูกใช้ เตียงว่าง เตียงที่ถูกจองไว้
  • รองรับการวางแผนเตียงล่วงหน้าตามช่วงวัน
  • ออกรายงานการใช้เตียง และอัตราการครองเตียง (Occupancy Rate)

ทีม: Backend Developers (3), Frontend Developers (2), Bed Management Consultant (1)

ระบบงานพยาบาลผู้ป่วยใน (Inpatient Nursing System) (วันที่ 128-134)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ e-Kardex และ Task Management ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบงานพยาบาลผู้ป่วยใน: - การรับคำสั่งแพทย์และการบริหารคำสั่ง (Nursing Order Execution) ตาม TOR: - ระบบรองรับการรับคำสั่งจากแพทย์ผ่านระบบ CPOE โดยอัตโนมัติ โดยคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลจะถูกแปลงเป็น Task List - คำสั่งพยาบาลจะแสดงบน Task Dashboard ของพยาบาล Ward แบบเรียงตามรายเตียงหรือรายผู้ป่วยที่รับผิดชอบในเวรนั้น - ระบบแสดงภาพรวมคำสั่ง (Pending/In-progress/Completed) และสามารถกรองตามประเภทงานหรือระดับความเร่งด่วน

  • การบันทึกข้อมูลการประเมินทางการพยาบาล (Electronic Nursing Assessment) ตาม TOR:
  • บันทึกข้อมูลการประเมินทางการพยาบาล: สัญญาณชีพ (BP, HR, RR, Temp, SpO2), ระดับความเจ็บปวด (Pain Score), การประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม (Fall Risk), คะแนน Braden, GCS, ADL
  • บันทึกข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form) โดยสามารถบันทึกได้ทั้งแบบรายครั้งและตามรอบเวร (เช้า/บ่าย/ดึก)
  • รองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น เครื่องวัด Vital Signs อัตโนมัติ, เครื่องชั่งน้ำหนัก/ส่วนสูงแบบดิจิทัล

  • ระบบส่งต่อเวรและการสื่อสาร (e-Kardex) ตาม TOR:

  • ระบบ e-Kardex สำหรับส่งเวรพยาบาล ที่สรุปข้อมูลจากกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละเวร
  • ใช้ AI Assistant ในการรวบรวมและสรุปกิจกรรม เช่น การให้ยา, การประเมิน, การดำเนินงานตามคำสั่ง

ทีม: Backend Developers (3), Frontend Developers (2), Nursing Informaticist (1), AI/ML Engineer (1)

สัปดาห์ที่ 19-20 (วันที่ 135-150): ระบบงานแพทย์และการจัดการยา

ระบบงานแพทย์และการให้คำสั่งผู้ป่วยใน (IPD-CPOE AI Assist) (วันที่ 135-142)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ IPD CPOE และ e-MAR Integration ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบงานแพทย์และการให้คำสั่งผู้ป่วยใน: - ระบบ CPOE สำหรับผู้ป่วยใน: - [ฟังก์ชัน CPOE เหมือนกับ OPD แต่ปรับให้เหมาะกับผู้ป่วยใน] - รองรับคำสั่งต่อเนื่อง (Continuous Orders) และ PRN Orders - การสั่ง IV Drip, Total Parenteral Nutrition (TPN) - การสั่ง Diet และ Nutritional Support - การควบคุม Isolation Precautions

  • ระบบการบริการจัดการยาผู้ป่วยใน (e-MAR) ตาม TOR:
  • Electronic Medication Administration Records
  • การ Scan Barcode ผู้ป่วย + ยา ก่อนให้ยา
  • ระบบเตือนเวลาให้ยาและ PRN medications
  • การบันทึกการให้ยาและ Side effects
  • การติดตามและรายงาน Medication Compliance

ทีม: Backend Developers (3), Pharmacy Integration Engineer (1), AI/ML Engineer (1), Frontend Developers (2)

ระบบห้องจ่ายยาและการจัดการคลัง (วันที่ 143-150)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Pharmacy ครบถ้วนตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR: - ระบบงานห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก: ระบบจ่ายยา OPD พร้อม Drug Interaction Check และ Allergy Warning - ระบบห้องจ่ายยาผู้ป่วยใน: ระบบจ่ายยา IPD และ Unit Dose System - ระบบบริหารการจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์: ระบบ Inventory Management, Expiry Date Tracking, Automatic Reorder Point

ทีม: Backend Developers (3), Pharmacy System Specialist (1), Frontend Developer (1), Supply Chain Analyst (1)

จุดตรวจสอบคุณภาพที่ 5: ระบบผู้ป่วยในทำงานได้ครบถ้วน ระบบ e-MAR และ Medication Safety ทำงานถูกต้อง


เดือนที่ 6 (วันที่ 151-180): ระบบงานศิลยกรรมและคลินิกเฉพาะทาง

สัปดาห์ที่ 21-22 (วันที่ 151-164): ระบบงานห้องผ่าตัดและวิสัญญี

ระบบงานห้องผ่าตัด (Operating Room Information System) (วันที่ 151-157)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ OR Management ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบงานห้องผ่าตัด: - OR Scheduling และ Resource Management - Surgical Case Documentation และ Operative Notes - Equipment and Instrument Tracking - Integration กับ Anesthesia และ Blood Bank - Post-operative Care Documentation

ทีม: Backend Developers (3), Frontend Developers (2), OR Consultant (1)

ระบบงานวิสัญญี (Anesthesia Information System) (วันที่ 158-164)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Anesthesia Management ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบงานวิสัญญี: - Pre-operative Assessment System - Intraoperative Monitoring Integration - Post-anesthesia Care Documentation - Anesthesia Record และ Billing Integration

ทีม: Backend Developers (2), Medical Device Integration (1), Frontend Developer (1), Anesthesia Consultant (1)

สัปดาห์ที่ 23-24 (วันที่ 165-180): ระบบธนาคารเลือดและคลินิกเฉพาะทาง

ระบบงานธนาคารเลือด (Blood Bank System) (วันที่ 165-171)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Blood Banking ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบงานธนาคารเลือด: - Blood Donor Management และ Donor History - Blood Typing และ Crossmatching System - Blood Component Tracking และ Inventory - Transfusion Documentation และ Monitoring - Adverse Reaction Reporting System

ทีม: Backend Developers (2), Frontend Developer (1), Blood Bank Technologist (1)

ระบบคลินิกเฉพาะทาง (วันที่ 172-180)

เป้าหมาย Sprint: ระบบคลินิกเฉพาะทางตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR: - ระบบงานทันตกรรม (Dental Care System – CPOE AI Assist): ระบบ Dental Chart, Treatment Planning, CPOE สำหรับทันตกรรม - ระบบเวชศาสตร์ฟื้นฟู: ระบบ Rehabilitation Planning, Physical Therapy Management - ระบบแพทย์แผนไทย: ระบบการรักษาด้วยการแพทย์แผนไทย, Herbal Medicine Management - ระบบงานโภชนาการ: ระบบ Diet Planning, Nutritional Assessment, Calorie Calculation - ระบบตรวจสุขภาพ: ระบบ Health Screening, Wellness Program, Preventive Care - ระบบห้องคลอด (Labor Room Module + CPOE AI Assist): ระบบ Labor Management, Delivery Documentation, Maternal Care

ทีม: Backend Developers (4), Frontend Developers (2), Multiple Clinical Consultants (3)

จุดตรวจสอบคุณภาพที่ 6: ระบบงานศิลยกรรมและคลินิกเฉพาะทางทำงานได้ครบถ้วน


เดือนที่ 7 (วันที่ 181-210): ระบบการเงินและการบริหาร

สัปดาห์ที่ 25-26 (วันที่ 181-194): ระบบการเงินและ DRG

ระบบการเงินผู้ป่วย (วันที่ 181-187)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Billing และ Payment ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR: - ระบบการเงินผู้ป่วยนอก: ระบบเก็บเงิน OPD, Receipt Printing, Payment Processing - ระบบการเงินผู้ป่วยใน: ระบบเก็บเงิน IPD, Daily Billing, Discharge Billing - Integration กับ Insurance Systems และ Government Schemes

ทีม: Backend Developers (3), Financial Systems Analyst (2), Frontend Developer (1)

DRG System และบัญชีลูกหนี้ (วันที่ 188-194)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Claims และ Reimbursement ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR: - DRG System: ระบบจำแนก DRG และ Case Mix Index - ระบบบัญชีลูกหนี้ - ระบบเรียกเก็บ - ส่งเบิก: Claims Processing, Insurance Claims, Government Reimbursement

ทีม: Backend Developers (2), Healthcare Data Analyst (1), Claims Specialist (1)

สัปดาห์ที่ 27-28 (วันที่ 195-210): ระบบคุณภาพและสังคมสงเคราะห์

ระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management & IC) (วันที่ 195-201)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Quality และ Safety ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบบริหารความเสี่ยง: - Incident Reporting System และ Root Cause Analysis - Infection Control Tracking และ Surveillance - Quality Metrics Dashboard และ Patient Safety Indicators - Risk Assessment Tools และ Mitigation Plans

ทีม: Backend Developers (2), Quality Analyst (1), Infection Control Specialist (1)

ระบบงานสังคมสงเคราะห์ (Social Welfare Module) (วันที่ 202-210)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Social Services ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบงานสังคมสงเคราะห์: - Social Welfare Case Management - Financial Assistance Programs - Community Health Programs - Patient Advocacy Services

ทีม: Backend Developer (1), Frontend Developer (1), Social Worker Consultant (1)

จุดตรวจสอบคุณภาพที่ 7: ระบบการเงินและการบริหารทำงานได้ครบถ้วน


เดือนที่ 8 (วันที่ 211-240): การรวมระบบและเปิดใช้งาน

สัปดาห์ที่ 29-30 (วันที่ 211-224): การรวมระบบและ External Integration

ระบบรับส่งต่อ (Referral System) (วันที่ 211-217)

เป้าหมาย Sprint: ระบบ Referral ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR ระบบรับส่งต่อ: - Inter-hospital Communication System - Patient Transfer Management - Referral Documentation และ Follow-up - Integration กับ External Healthcare Networks

ทีม: Backend Developers (2), Integration Engineer (1), Frontend Developer (1)

Multi-Channel Integration (วันที่ 218-224)

เป้าหมาย Sprint: การเชื่อมต่อช่องทางต่าง ๆ ตาม TOR

ส่งมอบตาม TOR: - Mobile PWA Application ตามข้อกำหนดใน TOR ระบบนัดหมาย - Line Bot Integration ตามข้อกำหนดใน TOR - Kiosk Application (Electron) ตามข้อกำหนดใน TOR ระบบเวชระเบียน - SMS Gateway Integration สำหรับการแจ้งเตือน - External API Integration: NHSO, SSO, Civil Registration APIs

ทีม: Frontend Developer (2), Mobile Developer (1), Integration Engineer (2), Line Bot Developer (1)

สัปดาห์ที่ 31-32 (วันที่ 225-240): การทดสอบและเปิดใช้งาน

การทดสอบครบวงจร (วันที่ 225-231)

เป้าหมาย Sprint: End-to-End Testing ตามมาตรฐาน

ส่งมอบ: - Complete Integration Testing ครอบคลุมทุกระบบ - Performance Testing (100+ concurrent users) - Security Penetration Testing ตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001 - User Acceptance Testing กับ Clinical Staff - Regulatory Compliance Validation (PDPA, HIPAA-equivalent)

ทีม: QA Engineer (4), Performance Testing (2), Security Engineer (1), Clinical Users (5)

การเปิดใช้งานและ Stabilization (วันที่ 232-240)

เป้าหมาย Sprint: Production Deployment และ Go-Live Support

ส่งมอบ: - Production Environment Deployment - Staff Training Completion ตาม TOR Requirements - Go-Live Support และ 24/7 Monitoring - Issue Resolution และ Bug Fixes - System Stabilization และ Performance Tuning - Documentation และ Knowledge Transfer

ทีม: Full Development Team (20), Training Team (5), Support Team (8)

จุดตรวจสอบคุณภาพที่ 8: ระบบทั้งหมดทำงานได้และมีเสถียรภาพ Ready for Production Use


การจัดการความเสี่ยงและกลยุทธ์การลดผลกระทบ

ความเสี่ยงที่ระบุจาก TOR Analysis

1. ความเสี่ยงด้านความซับซ้อนของ CPOE AI

ความเสี่ยง: ระบบ AI ในการแปลงคำสั่งแพทย์อาจไม่แม่นยำ ผลกระทบ: สูงมาก - ความปลอดภัยผู้ป่วย แนวทางลดความเสี่ยง: - การพัฒนา AI Model ที่เฉพาะเจาะจง แยกตามแต่ละสาขา - การทดสอบกับ Clinical Data จริงอย่างเข้มข้น - ระบบ Override และ Manual Override สำหรับแพทย์ - การ Training AI Model อย่างต่อเนื่อง

2. ความเสี่ยงด้านการเชื่อมต่อระบบภายนอก

ความเสี่ยง: การเชื่อมต่อกับ NHSO, SSO, Civil Registration APIs ผลกระทบ: สูง - การตรวจสอบสิทธิผู้ป่วย แนวทางลดความเสี่ยง: - การทดสอบ API Integration ในช่วงแรก - ระบบ Fallback เมื่อ External APIs ไม่ทำงาน - Cache ข้อมูลสิทธิที่สำคัญ - การจัดการ API Rate Limiting

3. ความเสี่ยงด้านการ Migration ข้อมูล

ความเสี่ยง: การย้ายข้อมูลจากระบบเดิม ผลกระทบ: วิกฤต - ข้อมูลผู้ป่วย แนวทางลดความเสี่ยง: - การ Backup ข้อมูลที่ครบถ้วนก่อน Migration - การทดสอบ Migration ในสภาพแวดล้อม Staging - การ Validate ข้อมูลหลัง Migration - การทำ Parallel Running กับระบบเดิมในช่วงแรก

แผนการติดตามความเสี่ยง

  • การประชุมติดตามความเสี่ยงรายสัปดาห์: Project Management Team
  • การประเมินความเสี่ยงรายเดือน: Steering Committee และ Clinical Leadership
  • การรายงานความเสี่ยงแบบเร่งด่วน: เมื่อพบความเสี่ยงระดับสูง

การควบคุมคุณภาพและจุดตรวจสอบ

เกณฑ์การประเมินคุณภาพตาม TOR

จุดตรวจสอบที่ 1: ระบบพื้นฐาน (วันที่ 30)

เงื่อนไขเข้า: - ระบบผู้ดูแลระบบตาม TOR ทำงานได้ครบถ้วน - ระบบเวชระเบียนและการลงทะเบียนผู้ป่วยตาม TOR ทำงานได้ - Database Schema ครบถ้วนตามการออกแบบ

เงื่อนไขผ่าน: - Security Framework ผ่านการทดสอบ Penetration Testing - ระบบ Authentication ทำงานได้ตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001 - การลงทะเบียนผู้ป่วยผ่านการทดสอบโดย Clinical Staff - Performance Testing พื้นฐานผ่านเกณฑ์

จุดตรวจสอบที่ 2: ระบบผู้ป่วยและคิว (วันที่ 60)

เงื่อนไขเข้า: - ระบบนัดหมายตาม TOR ทำงานได้ครบถ้วน - ระบบจัดการคิวตาม TOR ทำงานได้ - Staff Interface พื้นฐานใช้งานได้

เงื่อนไขผ่าน: - End-to-End Patient Flow ทดสอบผ่าน (Registration → Appointment → Queue → Visit) - Multi-channel Integration (Kiosk, Mobile, Line) พร้อมใช้งาน - User Acceptance Testing โดย Registration Staff และ Nursing Staff ผ่าน

จุดตรวจสอบที่ 3: ระบบคลินิกหลัก (วันที่ 90)

เงื่อนไขเข้า: - ระบบงานห้องฉุกเฉินตาม TOR ทำงานได้ - ระบบห้องตรวจแพทย์ผู้ป่วยนอกตาม TOR ทำงานได้ - ระบบ CPOE AI Assist ทำงานได้

เงื่อนไขผ่าน: - CPOE AI ผ่านการทดสอบ Accuracy ≥ 90% - Clinical Workflow Validation โดยแพทย์และพยาบาลผ่าน - Emergency Protocols ทดสอบผ่านตาม Clinical Guidelines

จุดตรวจสอบที่ 4: ระบบวินิจฉัย (วันที่ 120)

เงื่อนไขเข้า: - ระบบห้องปฏิบัติการกลางตาม TOR ทำงานได้ - ระบบรังสีวิทยาและ DICOM Integration ทำงานได้ - ระบบพยาธิวิทยาทำงานได้

เงื่อนไขผ่าน: - Lab Equipment Integration ทดสอบผ่าน - DICOM Image Transfer และ PACS Integration ทำงานได้ - External Lab Integration ทดสอบผ่าน - Critical Value Alert System ทำงานถูกต้อง

จุดตรวจสอบที่ 5: ระบบผู้ป่วยใน (วันที่ 150)

เงื่อนไขเข้า: - ระบบ Admission และ Bed Management ตาม TOR ทำงานได้ - ระบบงานพยาบาลผู้ป่วยในและ e-Kardex ทำงานได้ - ระบบ IPD CPOE และ e-MAR ทำงานได้

เงื่อนไขผ่าน: - Medication Safety Checks ทำงานถูกต้อง 100% - Inpatient Workflow ทดสอบ End-to-End ผ่าน - e-MAR Barcode Scanning ทำงานได้ - Nursing Task Management ใช้งานได้ตามที่ระบุใน TOR

จุดตรวจสอบที่ 6: ระบบศิลยกรรม (วันที่ 180)

เงื่อนไขเข้า: - ระบบงานห้องผ่าตัดตาม TOR ทำงานได้ - ระบบงานวิสัญญีทำงานได้ - ระบบธนาคารเลือดทำงานได้

เงื่อนไขผ่าน: - OR Scheduling และ Resource Management ใช้งานได้ - Blood Bank Safety Protocols ทดสอบผ่าน - Anesthesia Record Integration ทำงานได้ - Surgical Case Documentation สมบูรณ์

จุดตรวจสอบที่ 7: ระบบการเงิน (วันที่ 210)

เงื่อนไขเข้า: - ระบบการเงินผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในทำงานได้ - DRG System และระบบบัญชีลูกหนี้ทำงานได้ - ระบบบริหารความเสี่ยงทำงานได้

เงื่อนไขผ่าน: - Revenue Cycle Testing ผ่าน End-to-End - Claims Processing Integration ทำงานได้ - Financial Reporting ถูกต้องตาม Accounting Standards - Quality และ Risk Management Dashboards ใช้งานได้

จุดตรวจสอบที่ 8: ระบบรวม (วันที่ 240)

เงื่อนไขเข้า: - ทุกระบบ Integration ทำงานได้ - External API Connections ทำงานได้ - Multi-channel Access ทำงานได้

เงื่อนไขผ่าน: - Complete System Performance ≥ 99% Uptime - Security Compliance ผ่านการตรวจสอบทั้งหมด - User Training Completion Rate ≥ 95% - Go-Live Readiness Assessment Score ≥ 90%


การจัดสรรทรัพยากรและโครงสร้างทีม

ทีมพัฒนาหลัก

Backend Development Team (14 FTE)

  • Technical Lead: 1 Senior Developer (8+ ปีประสบการณ์)
  • AI/ML Engineers: 3 (เฉพาะสำหรับ CPOE AI Assist)
  • Senior Developers: 4 (5+ ปีประสบการณ์แต่ละคน)
  • Integration Engineers: 3 (สำหรับ Lab, DICOM, External APIs)
  • Mid-level Developers: 3 (3+ ปีประสบการณ์แต่ละคน)

Frontend Development Team (8 FTE)

  • Frontend Lead: 1 Senior Developer
  • Senior Frontend Developers: 2
  • Mobile Developer: 1 (PWA และ Line Bot)
  • Mid-level Frontend Developers: 3
  • UI/UX Designer: 1

Specialized Teams

Clinical and Domain Experts (8 FTE)

  • Clinical Informaticist: 1
  • Nursing Informatics Specialist: 1
  • Pharmacy Systems Specialist: 1
  • Laboratory Integration Specialist: 1
  • Radiology/DICOM Specialist: 1
  • Healthcare Workflow Analysts: 2
  • Regulatory Compliance Specialist: 1

Quality Assurance (6 FTE)

  • QA Lead: 1 Senior Tester
  • Automation Engineers: 2
  • Manual Testers: 2
  • Performance Testing Specialist: 1

DevOps and Infrastructure (4 FTE)

  • DevOps Lead: 1 Senior Engineer
  • Infrastructure Engineers: 2
  • Security Engineer: 1

การขยายขนาดทรัพยากรตามเฟส

  • เฟส 1-2: 30 FTE (การจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานและระบบหลัก)
  • เฟส 3-4: 40 FTE (ช่วงพีคการพัฒนาระบบคลินิก)
  • เฟส 5-6: 38 FTE (ระบบผู้ป่วยในและการพัฒนาระบบเฉพาะทาง)
  • เฟส 7-8: 45 FTE (Integration, Testing, และ Go-Live Support)

กลยุทธ์การทดสอบและการตรวจสอบ

กลยุทธ์การทดสอบตามลักษณะของ TOR

Unit Testing (ตลอดการพัฒนา)

  • เป้าหมาย Coverage: >85% สำหรับทุกโมดูล
  • Framework: Jest สำหรับ Node.js/React, Mocha สำหรับ Backend
  • AI Model Testing: เฉพาะสำหรับ CPOE AI Assist ต้องมี Accuracy ≥ 90%
  • การทดสอบอัตโนมัติ: CI/CD Pipeline Integration

Integration Testing (เฟส 3-8)

  • Database Integration: ความสอดคล้องของข้อมูลข้าม modules
  • API Integration: การสื่อสารระหว่าง services
  • External Integration: การทดสอบ NHSO, SSO, Civil Registration APIs
  • Medical Device Integration: Lab Equipment, DICOM, Vital Signs Monitors

Clinical Acceptance Testing (เฟส 3-7)

  • CPOE AI Accuracy Testing: การทดสอบความแม่นยำของการแปลงคำสั่งแพทย์
  • Clinical Workflow Testing: การทดสอบ end-to-end clinical processes
  • Medication Safety Testing: การทดสอบ Drug Interaction และ Allergy Checks
  • Emergency Protocols Testing: การทดสอบ emergency workflows และ critical alerts

Performance Testing (เฟส 6-8)

  • Load Testing: 100+ concurrent users ตามข้อกำหนด
  • Stress Testing: Peak load scenarios สำหรับช่วง busy hours
  • Database Performance: Query optimization และ indexing
  • Network Latency Testing: Multi-channel access performance

Security Testing (เฟส 7-8)

  • Penetration Testing: ตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001
  • PDPA Compliance Testing: Data privacy และ consent management
  • Authentication Security: Multi-factor authentication และ session management
  • Data Encryption Testing: AES-256 encryption สำหรับข้อมูลผู้ป่วย

สภาพแวดล้อมการทดสอบ

  1. Development: Continuous integration testing
  2. Staging: Pre-production integration testing พร้อมข้อมูลจำลอง
  3. UAT: User acceptance testing environment กับ Clinical Staff
  4. Production: Live environment พร้อม monitoring และ rollback capabilities

กลยุทธ์การติดตั้งและการเปิดใช้งาน

แนวทางการ Deploy แบบเป็นขั้นตอน

เฟส 1: Pilot Deployment (วันที่ 225-230)

  • ขอบเขต: แผนกฉุกเฉิน (ER) และ OPD 1 คลินิก
  • ผู้ใช้งาน: สูงสุด 20 คน concurrent users
  • ระบบที่เปิดใช้: ระบบเวชระเบียน, นัดหมาย, คิว, ห้องฉุกเฉิน, OPD CPOE
  • การสนับสนุน: 24/7 technical support และ on-site clinical informaticist

เฟส 2: Department-wise Rollout (วันที่ 231-235)

  • ขอบเขต: เปิดใช้ทีละแผนก
  • วันที่ 231: เพิ่ม OPD ทุกคลินิก
  • วันที่ 232: เพิ่มระบบ Lab และ Radiology
  • วันที่ 233: เพิ่ม Ward และ IPD Systems
  • วันที่ 234: เพิ่ม OR และ Specialized Clinics
  • การสนับสนุน: Department-specific training และ change management

เฟส 3: Full Hospital Go-Live (วันที่ 236-240)

  • ขอบเขต: ระบบทั้งหมดเปิดใช้งานพร้อมกัน
  • การสนับสนุน: Command Center 24/7 เป็นเวลา 5 วัน
  • การติดตาม: Real-time monitoring, performance optimization, issue resolution

โครงสร้างการสนับสนุนการเปิดใช้งาน

Command Center

  • ที่ตั้ง: on-site ที่โรงพยาบาล
  • เวลาทำการ: 24/7 ระหว่างวันที่ 236-245
  • ทีม: Project Manager, Technical Lead, Clinical Informaticist, System Administrators

On-Site Support Team

  • Clinical Informaticists: 3 คน (แต่ละ shift)
  • Technical Support: 2 คน (แต่ละ shift)
  • Training Coordinators: 2 คน
  • Help Desk: 4 คน (Tiered support structure)

Escalation Structure

  1. Level 1: Help Desk (User issues, basic troubleshooting)
  2. Level 2: Technical Support (System configuration, integration issues)
  3. Level 3: Development Team (Code fixes, database issues)
  4. Level 4: Vendor Escalation (External system issues)

เกณฑ์ความสำเร็จของการเปิดใช้งาน

Technical Metrics

  • System Uptime: ≥ 99.5%
  • User Login Success Rate: ≥ 99%
  • Response Time: ≤ 3 วินาที สำหรับฟังก์ชันสำคัญ
  • Data Accuracy: 100% (ไม่มีข้อมูลสูญหาย)
  • Security Incidents: 0 critical และ ≤ 2 high-severity

Clinical Metrics

  • Patient Registration Time: ≤ 3 นาที (เป้าหมายจาก TOR)
  • Queue Management Efficiency: ≤ 30% reduction in waiting time
  • CPOE Order Entry Time: ≤ 2 นาที per order (เป้าหมายจาก TOR)
  • Medication Error Reduction: ≥ 50% (เป้าหมายจาก e-MAR TOR)

User Satisfaction Metrics

  • User Satisfaction Score: ≥ 4.0/5.0
  • Training Completion Rate: ≥ 95%
  • System Adoption Rate: ≥ 90% ภายใน 1 สัปดาห์
  • Support Ticket Resolution Time: ≤ 2 ชั่วโมงสำหรับ critical issues

บทสรุปและข้อแนะนำ

แผนการพัฒนา 8 เดือนของระบบสารสนเทศโรงพยาบาล MediTech ฉบับนี้ จัดทำขึ้นจากการวิเคราะห์เอกสาร TOR ทั้งหมด 32 ระบบอย่างละเอียด เพื่อให้การพัฒนาสอดคล้องกับความต้องการจริงและมีความแม่นยำในการประมาณเวลาและทรัพยากร

ปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จ

1. การมุ่งเน้นความต้องการจาก TOR

  • การพัฒนาทุกระบบต้องยึดตามข้อกำหนดใน TOR อย่างเคร่งครัด
  • การทดสอบและ validation ต้องครอบคลุม functional requirements ใน TOR ทุกข้อ
  • การ customize ระบบให้เหมาะกับ workflow ที่ระบุใน TOR แต่ละระบบ

2. การจัดการความซับซ้อนของ CPOE AI

  • การพัฒนา AI Assistant สำหรับ CPOE ต้องมีความแม่นยำสูง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยผู้ป่วย
  • การทดสอบ AI Model กับข้อมูลจริงอย่างเข้มข้น
  • การ training clinical staff ให้เข้าใจข้อจำกัดและวิธีใช้งาน AI Assistant อย่างเหมาะสม

3. การเชื่อมต่อระบบภายนอก

  • การเชื่อมต่อกับ NHSO, SSO, Civil Registration APIs เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงาน
  • ต้องมี fallback mechanism เมื่อ external systems ไม่ทำงาน
  • การทดสอบ integration อย่างต่อเนื่องตลอดการพัฒนา

4. การ Change Management และ Training

  • Clinical staff training ต้องเริ่มตั้งแต่เฟสแรกของการพัฒนา
  • การมี clinical champion ในแต่ละแผนกเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง
  • การทำ pilot testing กับ real users ก่อนการ go-live แต่ละเฟส

ความเสี่ยงหลักและการบรรเทา

1. ความเสี่ยงด้านเทคนิค

  • AI Model Accuracy: การทดสอบอย่างต่อเนื่องและการปรับปรุง model
  • Integration Complexity: การวางแผน integration architecture อย่างรอบคอบ
  • Performance Issues: การทดสอบ load และ optimization อย่างสม่ำเสมอ

2. ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน

  • User Adoption: การมีแผน change management ที่ครอบคลุม
  • Data Migration: การมีแผน backup และ rollback ที่ชัดเจน
  • Regulatory Compliance: การมี compliance officer ติดตามตลอดการพัฒนา

ข้อแนะนำสำหรับการดำเนินงาน

1. การจัดการโครงการ

  • ใช้ Agile methodology พร้อม 2-week sprints
  • มี daily standup และ sprint review อย่างเคร่งครัด
  • การติดตาม progress ด้วย KPIs ที่ชัดเจน

2. การสื่อสาร

  • การประชุม steering committee รายเดือน
  • การรายงาน progress แก่ hospital administration รายสัปดาห์
  • การสื่อสารกับ end users ผ่าน champions และ training sessions

3. การรับประกันคุณภาพ

  • การมี quality gates ที่ชัดเจนในแต่ละเฟส
  • การทดสอบด้วย real clinical scenarios
  • การมี security และ compliance validation อย่างต่อเนื่อง

แผนการพัฒนานี้จะช่วยให้โรงพยาบาลมีระบบสารสนเทศที่ครบถ้วน ทันสมัย และตอบสนองความต้องการทางคลินิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักความปลอดภัยผู้ป่วย การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เป็นสำคัญ