ข้ามไปที่เนื้อหา

TOR 9 ระบบงานพยาบาลผู้ป่วยใน (Inpatient Nursing System)

ระบบต้องมีคุณลักษณะและความสามารถดังนี้

1.1 ระบบบริหารจัดการคำสั่งทางการพยาบาล (Nursing Order Management)

1.1.1 การรับและแสดงผลคำสั่งทางการแพทย์

  • ระบบต้องสามารถรับคำสั่งทางการแพทย์จากระบบสั่งการรักษาด้วยคอมพิวเตอร์ (Computerized Physician Order Entry: CPOE) ได้โดยอัตโนมัติ
  • ระบบต้องสามารถแปลงคำสั่งทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลเป็นรายการงาน (Task List) ได้โดยอัตโนมัติ
  • ระบบต้องแสดงคำสั่งทางการพยาบาลบนหน้าจอภาพรวมการปฏิบัติงาน (Task Dashboard) สำหรับเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำหอผู้ป่วย โดยจัดเรียงตามหมายเลขเตียงหรือรายชื่อผู้ป่วยที่รับผิดชอบในเวรการปฏิบัติงาน

1.1.1.4 ระบบต้องแสดงรายชื่อผู้ป่วยที่มีนัดหมายดำเนินการตามกำหนด ได้แก่

  • การนัดหมายทำหัตถการ
  • การนัดหมายตรวจทางห้องปฏิบัติการ
  • การนัดหมายเข้าห้องผ่าตัด
  • ระบบต้องสามารถแสดงรายงานอาการสำคัญและปัญหาพิเศษของผู้ป่วยแต่ละราย

1.1.2 การจัดการสถานะการปฏิบัติงาน

  • ระบบต้องแสดงภาพรวมสถานะของคำสั่งทางการพยาบาลได้อย่างน้อย 3 สถานะ ได้แก่ รอดำเนินการ (Pending) กำลังดำเนินการ (In-progress) และดำเนินการเสร็จสิ้น (Completed)

1.1.2.2 ระบบต้องสามารถกรองและจัดเรียงรายการงานตามเกณฑ์ต่อไปนี้

  • ประเภทของงาน
  • ระดับความเร่งด่วน

1.1.3 การบันทึกค่าใช้จ่ายและรหัสการรักษา

  • เมื่อมีการดำเนินการตามคำสั่งที่มีค่าใช้จ่ายเสร็จสิ้น ระบบต้องสามารถสร้างรายการค่าบริการได้โดยอัตโนมัติ
  • กรณีคำสั่งเกี่ยวข้องกับการทำหัตถการ ระบบต้องสามารถแนบรหัสมาตรฐานสากล ICD-9-CM (International Classification of Diseases, Ninth Revision, Clinical Modification) ได้โดยอัตโนมัติ เพื่อประกอบการบันทึกค่าใช้จ่ายและใช้ในกระบวนการทางบัญชีและการวิเคราะห์ข้อมูล

1.2 ระบบบันทึกข้อมูลการประเมินทางการพยาบาลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Nursing Assessment)

1.2.1 การบันทึกข้อมูลการประเมิน

  • รองรับการสร้างข้อความบันทึกผลการประเมินจากเสียงบทสนทนา ถอดข้อความเสียงแล้วแปลงเป็นข้อความอาการสำคัญหรืออาการติดตามผล รองรับการสร้างรายงานการประเมินผลลัพธ์การพยาบาล (Outcome Evaluation)

1.2.1.2 ระบบต้องสามารถบันทึกข้อมูลการประเมินทางการพยาบาลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Form) อย่างน้อยตามรายการต่อไปนี้

  • สัญญาณชีพ (Vital Signs) ประกอบด้วย ความดันโลหิต (Blood Pressure: BP) อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate: HR) อัตราการหายใจ (Respiratory Rate: RR) อุณหภูมิร่างกาย (Temperature) และระดับออกซิเจนในเลือด (Oxygen Saturation: SpO2)
  • ระดับความเจ็บปวด (Pain Score)
  • การประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม (Fall Risk Assessment)
  • คะแนนการประเมินความเสี่ยงต่อแผลกดทับ (Braden Scale)
  • คะแนนระดับความรู้สึกตัว (Glasgow Coma Scale: GCS)
  • คะแนนการประเมินความสามารถในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน (Activities of Daily Living: ADL)
  • ระบบต้องสนับสนุนการบันทึกข้อมูลได้ทั้งแบบรายครั้งและตามรอบเวรการปฏิบัติงาน (เวรเช้า เวรบ่าย เวรดึก)

1.2.2 การเชื่อมโยงกับคำสั่งทางการแพทย์

  • ระบบต้องสามารถรับคำสั่งการประเมินจากแพทย์ผ่านระบบสั่งการรักษาด้วยคอมพิวเตอร์ (CPOE) ได้โดยตรง
  • เมื่อแพทย์สั่งให้ทำการประเมิน ระบบต้องสร้างรายการงาน (Task) ให้เจ้าหน้าที่พยาบาลรับทราบและปฏิบัติได้โดยอัตโนมัติ

1.2.3 การจัดการชุดการประเมินมาตรฐาน

  • ระบบต้องสนับสนุนการสร้างและจัดการชุดการประเมินมาตรฐาน (Standard Assessment Set) ตามกลุ่มโรคหรือประเภทการรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล เช่น โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Myocardial Infarction: MI) ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)
  • ระบบสามารถสร้างแบบฟอร์มการบันทึกหรือการประเมินทางการพยาบาลได้ รองรับการสร้างและตั้งค่าเงื่อนไขของการทำงานของชุดคำถามและการนำเข้าข้อมูล Vital Sign และ ผลทางห้องปฏิบัติการมาประกอบ ลงบันทึกในฟอร์มได้
  • ระบบต้องสามารถสร้างรายการงานการประเมินตามชุดมาตรฐานที่กำหนดไว้ได้โดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยหรือรับเข้ารักษาตามประเภทที่กำหนด

1.2.4 การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ทางการแพทย์

1.2.4.1 ระบบต้องสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ได้ ดังนี้

  • เครื่องวัดสัญญาณชีพอัตโนมัติ
  • เครื่องชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงแบบดิจิทัล
  • ระบบต้องสามารถอ่านข้อมูลจากบาร์โค้ด (Barcode) หรือสายรัดข้อมือผู้ป่วย (Wristband) เพื่อดึงข้อมูลเข้าสู่หน้าจอบันทึกการประเมินได้โดยอัตโนมัติ
  • กรณีไม่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ ระบบต้องสามารถรองรับการบันทึกข้อมูลด้วยตนเอง (Manual Entry) ผ่านหน้าจอได้

1.2.5 ระบบแจ้งเตือนค่าผิดปกติ

  • ระบบต้องมีกลไกแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่พยาบาล เมื่อผลการประเมินมีค่าผิดปกติจากเกณฑ์มาตรฐาน เช่น ความดันโลหิตสูง ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ เพื่อให้สามารถดำเนินการแจ้งแพทย์ได้ทันท่วงที

1.3 ระบบสื่อสารข้อมูลการส่งต่อเวร (Electronic Kardex)

1.3.1 ระบบบันทึกและสรุปข้อมูลการส่งต่อเวร

  • ระบบต้องมีระบบบันทึกสมุดรายงานการพยาบาลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Kardex) สำหรับการส่งต่อเวรการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พยาบาล

1.3.1.2 ระบบต้องสามารถสรุปข้อมูลจากกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละเวรการปฏิบัติงาน อย่างน้อยประกอบด้วย

  • รายการการให้ยา
  • รายการการประเมินทางการพยาบาล
  • รายการการดำเนินงานตามคำสั่งทางการแพทย์
  • ระบบต้องแสดงข้อมูลผู้ป่วยในหอผู้ป่วยอย่างครบถ้วน ได้แก่ หมายเลขเตียง หมายเลขประจำตัวผู้ป่วย (Hospital Number: HN) ชื่อ-สกุล การวินิจฉัยโรค (พร้อมรหัส ICD-10) วันที่รับเข้ารักษา สิทธิการรักษา แพทย์เจ้าของไข้ และหมายเหตุสถานะสำคัญ

1.3.2 การสรุปผลข้อมูลการทำงานพยาบาล

  • ระบบต้องมีเครื่องมือช่วยเหลือในการรวบรวมและสรุปกิจกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละเวร
  • สามารถลดความซ้ำซ้อนในการเขียนรายงานเวรด้วยตนเอง และลดระยะเวลาการจัดทำรายงานและความผิดพลาดจากการบันทึกข้อมูล

1.3.3 เนื้อหาในระบบสมุดรายงานการพยาบาลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

  • ข้อมูลหัวรายงาน ประกอบด้วย ชื่อหอผู้ป่วย วันที่ เวลาปฏิบัติงาน ชื่อหัวหน้าเวร และชื่อผู้ส่งต่อเวร
  • รายละเอียดงานที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว (จากรายการงานในระบบ) โดยแสดงเวลา รายการงาน ผู้ปฏิบัติงาน และหมายเหตุ
  • คำสั่งทางการแพทย์ที่รอการดำเนินการ (Task Remaining) โดยแสดงเวลา รายการ หมายเลขเตียง ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลาดำเนินการ
  • ข้อมูลสำคัญที่ต้องสื่อสารและส่งต่อให้เวรถัดไป เช่น อาการสำคัญที่ต้องติดตามเฝ้าระวัง การรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และคำแนะนำการปฏิบัติงานต่อเนื่อง