ข้ามไปที่เนื้อหา

TOR 3 ระบบรับส่งต่อผู้ป่วย (Referral System)

1.1 การส่งต่อผู้ป่วย (Patient Referral Out)

ระบบต้องสามารถดำเนินการดังต่อไปนี้

1.1.1 การบันทึกข้อมูลการส่งต่อผู้ป่วย

  • บันทึกเหตุผลและความจำเป็นในการส่งต่อ โดยระบุอาการสำคัญ การวินิจฉัยเบื้องต้น และเหตุผลทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องส่งต่อ

1.1.1.2 เลือกประเภทการส่งต่อ ได้แก่

  • การส่งต่อเพื่อการรักษาต่อเนื่อง
  • การส่งต่อเพื่อขอคำปรึกษาทางการแพทย์ (Consult)
  • การส่งต่อเพื่อการทำหัตถการหรือการรักษาเฉพาะทาง
  • ระบุข้อมูลหน่วยบริการปลายทาง ประกอบด้วย ชื่อสถานพยาบาล แผนกที่ส่งต่อ และแพทย์เจ้าของไข้ปลายทาง (ถ้ามี)
  • ระบุระดับความเร่งด่วน (Priority Level) ของการส่งต่อ เช่น ฉุกเฉิน เร่งด่วน หรือปกติ
  • บันทึกวันที่และเวลาที่คาดว่าผู้ป่วยจะเดินทางถึงหน่วยบริการปลายทาง

1.1.2 การจัดการเอกสารและข้อมูลประกอบ

  • แนบเอกสารทางการแพทย์ ได้แก่ ใบส่งตัว (Referral Letter) ใบสรุปการรักษา (Discharge Summary) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • แนบผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Results) ผลการตรวจเอกซเรย์ และผลการตรวจพิเศษอื่นๆ
  • แนบภาพถ่ายทางการแพทย์ (Medical Images) เช่น ภาพ X-ray, CT Scan, MRI, Ultrasound
  • ดึงข้อมูลจากระบบเวชระเบียนอิลิกทรอนิกส์ (EMR) ของผู้ป่วยมาแสดงและแนบได้โดยอัตโนมัติ
  • รองรับไฟล์หลายรูปแบบ เช่น PDF, JPEG, PNG, DICOM

1.1.3 การสร้างเอกสารส่งต่อมาตรฐาน

  • สร้างเอกสารแบบฟอร์มส่งต่อผู้ป่วยตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข (แบบ สธ. 1000)
  • รองรับการสร้างเอกสาร e-Refer ตามมาตรฐานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  • สามารถพิมพ์เอกสารส่งต่อเพื่อมอบให้ผู้ป่วยนำติดตัวได้
  • บันทึกรายการยาที่ผู้ป่วยกำลังใช้อยู่ (Current Medications) และคำแนะนำพิเศษสำหรับการดูแลระหว่างการเดินทาง

1.1.4 การแจ้งเตือนหน่วยบริการปลายทาง

  • ส่งการแจ้งเตือนอัตโนมัติไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยบริการปลายทางผ่านระบบอิลิกทรอนิกส์
  • ส่งจดหมายอิลิกทรอนิกส์ (Email) พร้อมสรุปข้อมูลสำคัญของผู้ป่วยที่ส่งต่อ
  • แจ้งเตือนซ้ำในกรณีที่ไม่ได้รับการตอบรับภายในระยะเวลาที่กำหนด

1.2 การเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบปลายทาง

ระบบต้องมีความสามารถดังนี้

1.2.1 การเชื่อมต่อกับระบบมาตรฐาน

  • รองรับการเชื่อมโยงกับระบบ Health Data Center (HDC) ของกระทรวงสาธารณสุข
  • รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ e-Referral และ ThaiRefer
  • รองรับ API มาตรฐานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  • สามารถเชื่อมต่อกับระบบส่งต่อผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนหรือโรงพยาบาลเครือข่ายอื่นๆ

1.2.2 การส่งและรับข้อมูล

  • ส่งข้อมูลผ่าน Web Service หรือ RESTful API
  • รองรับมาตรฐาน HL7 FHIR (Fast Healthcare Interoperability Resources) เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างระบบ
  • รองรับการเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption) เพื่อความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
  • สามารถส่งและรับข้อมูลแบบ Real-time หรือ Batch Processing

1.2.3 การยืนยันการรับผู้ป่วย

  • รับการยืนยันการรับผู้ป่วย (Acknowledgement) จากหน่วยบริการปลายทางผ่านระบบ
  • แสดงสถานะการยืนยัน เช่น รับทราบ ยืนยันการรับ ปฏิเสธการรับ หรือขอข้อมูลเพิ่มเติม
  • บันทึกเหตุผลในกรณีที่หน่วยบริการปลายทางไม่สามารถรับผู้ป่วยได้
  • แจ้งเตือนแพทย์ผู้ส่งต่อเมื่อได้รับการตอบรับจากหน่วยบริการปลายทาง

1.3 การติดตามสถานะการส่งต่อ

ระบบต้องสามารถแสดงผลดังต่อไปนี้

1.3.1 การแสดงลำดับเหตุการณ์

1.3.1.1 แสดงลำดับเหตุการณ์ (Timeline) ของสถานะการดำเนินการทั้งหมด ประกอบด้วย

  • วันที่และเวลาที่ส่งคำขอส่งต่อ พร้อมชื่อแพทย์ผู้ส่งต่อ
  • วันที่และเวลาที่หน่วยบริการปลายทางรับทราบเรื่อง
  • วันที่และเวลาที่หน่วยบริการปลายทางยืนยันการรับผู้ป่วย
  • วันที่และเวลาที่ผู้ป่วยเดินทางถึงหน่วยบริการปลายทาง
  • วันที่และเวลาที่ได้รับผลการดำเนินการหรือผลการรักษาจากหน่วยบริการปลายทาง
  • แสดงสถานะปัจจุบันของการส่งต่อแบบ Real-time
  • บันทึกผู้ดำเนินการในแต่ละขั้นตอนเพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง (Audit Trail)

1.3.2 การติดตามผลการรักษา

  • ติดตามและแสดงผลการรักษาหรือผลการให้คำปรึกษา (Consult) จากหน่วยบริการปลายทาง
  • แสดงข้อมูลการวินิจฉัยเพิ่มเติม การรักษาที่ได้รับ และแผนการรักษาต่อเนื่อง
  • บันทึกคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของหน่วยบริการปลายทาง
  • แนบเอกสารผลการตรวจหรือรายงานทางการแพทย์ที่ได้รับจากหน่วยบริการปลายทาง

1.3.3 การแจ้งเตือนและการติดตามผล

  • แจ้งเตือนแพทย์เจ้าของไข้โดยอัตโนมัติเมื่อมีความคืบหน้าในการดำเนินการ
  • แจ้งเตือนในกรณีที่ไม่ได้รับการตอบกลับจากหน่วยบริการปลายทางตามระยะเวลาที่กำหนด
  • กำหนดการติดตามผล (Follow-up Schedule) สำหรับผู้ป่วยที่ส่งกลับมารักษาต่อเนื่อง
  • แจ้งเตือนนัดหมายผู้ป่วยเพื่อมารับผลการรักษาหรือเพื่อการติดตามอาการ
  • สามารถส่งการแจ้งเตือนผ่านหลายช่องทาง เช่น ภายในระบบ Email หรือ SMS

1.3.4 การจัดการกรณีพิเศษ

  • ติดตามกรณีที่ยังไม่มีการยืนยันรับจากหน่วยบริการปลายทาง
  • ติดตามกรณีที่ผู้ป่วยไม่เดินทางไปรับการรักษาตามนัดหมาย
  • รองรับการเปลี่ยนแปลงหน่วยบริการปลายทางในกรณีที่จำเป็น
  • บันทึกเหตุผลการยกเลิกการส่งต่อ (ถ้ามี)

1.4 การรับกลับผู้ป่วย (Referral In)

ระบบต้องมีฟังก์ชันดังนี้

1.4.1 การบันทึกข้อมูลการรับกลับ

  • บันทึกวันที่และเวลาที่ผู้ป่วยได้รับการส่งกลับจากหน่วยบริการปลายทาง
  • บันทึกสาเหตุการส่งกลับ เช่น การรักษาแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ ต้องการรักษาต่อเนื่องที่หน่วยบริการต้นทาง หรือผู้ป่วยขอกลับ
  • บันทึกสภาพผู้ป่วยขณะรับกลับ และข้อควรระวังพิเศษ

1.4.2 การจัดการเอกสารจากหน่วยบริการปลายทาง

  • แนบเอกสารสรุปผลการรักษา (Discharge Summary) จากหน่วยบริการปลายทาง
  • แนบผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและผลการตรวจพิเศษที่ได้รับจากหน่วยบริการปลายทาง
  • บันทึกแผนการรักษาต่อเนื่อง (Treatment Plan) และคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • บันทึกรายการยาที่สั่งจากหน่วยบริการปลายทาง และวิธีการใช้ยา
  • แนบนัดหมายติดตามอาการที่หน่วยบริการปลายทาง (ถ้ามี)

1.4.3 การเชื่อมโยงกับเวชระเบียน

  • เชื่อมโยงข้อมูลการรับกลับกับเวชระเบียนเดิมของผู้ป่วยโดยอัตโนมัติ
  • แสดงประวัติการส่งต่อทั้งหมดในหน้าเวชระเบียนผู้ป่วย
  • เชื่อมโยงข้อมูลการวินิจฉัยและการรักษาจากหน่วยบริการปลายทางเข้ากับประวัติการรักษาของผู้ป่วย
  • อัปเดตรายการยาปัจจุบันของผู้ป่วยตามคำสั่งจากหน่วยบริการปลายทาง

1.4.4 การแสดงข้อมูลประกอบการรักษา

  • แสดงข้อมูลประวัติการส่งต่อครั้งก่อนให้แพทย์ผู้รักษาพิจารณา
  • แสดงเหตุผลการส่งต่อเดิม ผลการรักษาที่หน่วยบริการปลายทาง และแผนการรักษาที่แนะนำ
  • เปรียบเทียบผลการตรวจก่อนส่งต่อและหลังได้รับการรักษาจากหน่วยบริการปลายทาง
  • แสดงคำแนะนำพิเศษสำหรับการรักษาต่อเนื่องอย่างชัดเจน

1.5 การจัดทำรายงานและการวิเคราะห์ข้อมูล

ระบบต้องสามารถจัดทำรายงานได้ดังนี้

1.5.1 รายงานสถิติการส่งต่อผู้ป่วย

  • รายงานจำนวนการส่งต่อผู้ป่วยจำแนกตามหน่วยบริการปลายทาง พร้อมแสดงสัดส่วนการส่งต่อไปยังแต่ละสถานพยาบาล
  • รายงานจำนวนการส่งต่อจำแนกตามเหตุผลในการส่งต่อ เช่น เพื่อการรักษา เพื่อ Consult หรือเพื่อทำหัตถการ
  • รายงานจำนวนการส่งต่อจำแนกตามหน่วยงาน/แผนกต้นทาง เพื่อวิเคราะห์แนวโยงการส่งต่อของแต่ละแผนก
  • รายงานจำนวนการส่งต่อจำแนกตามแพทย์ผู้ส่งต่อ เพื่อการติดตามและประเมินผล
  • รายงานจำนวนการส่งต่อจำแนกตามโรคหรือกลุ่มอาการ (ICD-10)
  • รายงานจำแนกตามระดับความเร่งด่วน (ฉุกเฉิน เร่งด่วน ปกติ)

1.5.2 รายงานประสิทธิภาพการส่งต่อ

  • รายงานเวลาเฉลี่ยในการได้รับการตอบรับจากหน่วยบริการปลายทาง
  • รายงานอัตราการยืนยันรับผู้ป่วยของแต่ละหน่วยบริการปลายทาง
  • รายงานกรณีที่ถูกปฏิเสธการรับผู้ป่วย พร้อมเหตุผล
  • รายงานผู้ป่วยที่ไม่เดินทางไปรับการรักษาตามนัดหมาย (No Show Rate)

1.5.3 รายงานการติดตามผล

  • รายงานสถานะผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับผลตอบกลับจากหน่วยบริการปลายทาง
  • รายงานผู้ป่วยที่ครบกำหนดติดตามผล (Follow-up Due)
  • รายงานสรุปผลการรักษาของผู้ป่วยที่ส่งต่อกลับมา
  • รายงานจำนวนครั้งของการส่งต่อซ้ำในผู้ป่วยรายเดียวกัน

1.5.4 การส่งออกและแสดงผลรายงาน

  • ส่งออกรายงานในรูปแบบ PDF สำหรับการพิมพ์และเก็บเป็นเอกสารทางราชการ
  • ส่งออกรายงานในรูปแบบ Microsoft Excel สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม
  • กำหนดช่วงเวลาในการสร้างรายงานได้อย่างยืดหยุ่น (รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส รายปี หรือกำหนดเอง)
  • รองรับการจัดกลุ่มและกรองข้อมูลตามเงื่อนไขที่ผู้ใช้กำหนด

1.5.5 แผงสรุปผลการดำเนินงาน (Dashboard)

  • แสดงจำนวนการส่งต่อทั้งหมดในช่วงเวลาที่เลือก
  • แสดงสัดส่วนประเภทการส่งต่อในรูปแบบกราฟวงกลม (Pie Chart)
  • แสดงแนวโน้มการส่งต่อรายเดือนในรูปแบบกราฟเส้น (Line Chart)
  • แสดง Top 5 หน่วยบริการปลายทางที่มีการส่งต่อมากที่สุด
  • แสดง Top 5 โรคหรืออาการที่มีการส่งต่อมากที่สุด
  • แสดงจำนวนผู้ป่วยที่รอการตอบรับ รอผลการรักษา และรอการติดตามผล
  • สามารถกรองข้อมูลตามช่วงเวลา แผนก หรือหน่วยบริการปลายทางได้
  • อัปเดตข้อมูลแบบ Real-time หรือตามช่วงเวลาที่กำหนด