ข้ามไปที่เนื้อหา

TOR 19 ระบบทันตกรรม (Dental Care System)

1.1 การลงทะเบียนและการจัดการคิวผู้ป่วย

1.1.1 การค้นหาและแสดงข้อมูลผู้ป่วย

1.1.1.1 ระบบต้องสามารถค้นหาข้อมูลผู้ป่วยได้จากหมายเลขประจำตัวผู้ป่วย (HN) หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือชื่อ-นามสกุล และแสดงข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วย ประกอบด้วย

  • อายุ
  • เพศ
  • สิทธิการรักษาพยาบาล
  • ประเภทการมารับบริการ (ผู้ป่วยนัด / ผู้ป่วยทั่วไป)
  • หน่วยบริการต้นสังกัด

1.1.2 19.2.2 ระบบจัดการคิวอัตโนมัติ

1.1.2.1 ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงกับระบบจัดการคิว (Queue Management System) เพื่อเรียกผู้ป่วยเข้ารับบริการโดยอัตโนมัติ โดยมีคุณลักษณะดังนี้

  • จัดเรียงลำดับคิวตามลำดับการลงทะเบียนในวันที่รับบริการ
  • แสดงชื่อผู้ป่วย หมายเลขคิว และเวลาที่เรียกคิว บนหน้าจอปฏิบัติงานของทันตแพทย์
  • รองรับการจัดการคิว ได้แก่ การเรียกซ้ำ การข้ามคิว การเลื่อนคิว และการย้อนกลับไปคิวก่อนหน้า
  • สามารถระบุและแสดงสถานะการให้บริการ ได้แก่ "รอตรวจ" "กำลังตรวจ" "ตรวจเสร็จสิ้น" และ "ไม่มารับบริการ"

1.1.3 การแสดงข้อมูลสัญญาณชีพและประวัติการรักษา

  • ระบบต้องแสดงข้อมูลสัญญาณชีพล่าสุดของผู้ป่วย ได้แก่ ความดันโลหิต (BP) อัตราการเต้นของหัวใจ (HR) อัตราการหายใจ (RR) อุณหภูมิร่างกาย (Temp) ระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) น้ำหนัก และส่วนสูง พร้อมทั้งคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) โดยอัตโนมัติ
  • แสดงประวัติการรักษาย้อนหลัง ประกอบด้วย รายการหัตถการที่เคยได้รับ การวินิจฉัยโรค รายการยาที่เคยใช้ ภาพถ่ายทางรังสีทันตกรรม (X-ray) ภาพถ่ายในช่องปาก และประวัติการนัดหมาย

1.2 19.3 การบันทึกข้อมูลการตรวจรักษา (Dental SOAP Note) และระบบช่วยเหลือด้วยปัญญาประดิษฐ์

1.2.1 การบันทึกแบบ SOAP Note

  • ระบบต้องรองรับการบันทึกข้อมูลการตรวจรักษาในรูปแบบ SOAP Note (Subjective, Objective, Assessment, Plan) โดยทันตแพทย์สามารถพิมพ์ข้อความหรือเลือกใช้แม่แบบ (Template) และแผนภูมิฟัน (Palmer Chart) ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้

1.2.2 การแนบเอกสารและภาพประกอบการตรวจ

  • ระบบต้องสามารถแนบเอกสารและภาพประกอบการตรวจรักษา ได้แก่ ภาพถ่ายในช่องปาก ภาพถ่ายทางรังสีทันตกรรม (X-ray) หรือภาพจากกล้องจุลทรรศน์ช่องปาก (Intraoral/Extraoral Camera)

1.2.3 ระบบบันทึกภาพพร้อมการทำเครื่องหมายตำแหน่ง (Image Annotation)

1.2.3.1 ระบบต้องมีฟังก์ชันการบันทึกภาพพร้อมระบบทำเครื่องหมายตำแหน่ง ดังนี้

  • สามารถระบุตำแหน่งฟันหรือจุดที่มีความผิดปกติในภาพได้โดยการวงกลม หรือลากเส้น
  • สามารถเพิ่มคำอธิบาย (Tag/Comment) ต่อจุดที่ทำเครื่องหมายเพื่อประกอบการวินิจฉัยหรือการติดตามอาการ

1.2.4 การบันทึกและแนบไฟล์วิดีโอ (Video Attachments)

1.2.4.1 ระบบต้องรองรับการบันทึกและแนบไฟล์วิดีโอเพื่อบันทึกอาการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว เช่น

  • การอ้าปาก การสบฟัน หรือการพูดที่ผิดปกติ
  • ไฟล์วิดีโอจะต้องถูกจัดเก็บเป็นส่วนหนึ่งของเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ป่วย

1.2.5 ระบบวาดภาพร่าง (Sketch Tool)

1.2.5.1 ระบบต้องมีเครื่องมือวาดภาพร่างสำหรับทำแผนภาพการรักษา เช่น

  • การวางตำแหน่งฟันเทียม การวางแผนจัดฟัน หรือการวางแผนหัตถการอื่นๆ
  • รองรับการใช้แผนภาพแสดงตำแหน่งฟัน (Body Map) ตามระบบมาตรฐาน ได้แก่ FDI Chart, Palmer Notation หรือ Universal Numbering System

1.2.6 ระบบช่วยเหลือด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือการวิเคราะห์ข้อความ (AI Assist or Text Analytics Function)

1.2.6.1 ระบบต้องมีฟังก์ชันปัญญาประดิษฐ์หรือฟังก์ชันการวิเคราะห์ข้อความ (Text Analytics) ที่สามารถวิเคราะห์ข้อความในส่วน Plan และแปลงเป็นรายการคำสั่งทางการแพทย์ที่แยกตามประเภทโดยอัตโนมัติ ได้แก่

  • การตรวจทางรังสีทันตกรรม (X-ray Order)
  • หัตถการทางทันตกรรม (Procedure Order)
  • การสั่งยา (Drug Order)
  • การนัดหมายติดตามผล (Follow-up Appointment)
  • การส่งต่อหรือปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง (Consultation/Referral)

1.2.7 รายการกลุ่มการรักษาทางทันตกรรม

1.2.7.1 ระบบต้องรองรับการจัดกลุ่มประเภทการรักษาทางทันตกรรมตามมาตรฐานวิชาชีพ พร้อมรายการหัตถการและอัตราค่าบริการ ครอบคลุมกลุ่มงานทันตกรรมดังต่อไปนี้

  • ทันตกรรมวินิจฉัย (Diagnostic Dentistry)
  • ปริทันตวิทยา (Periodontics)
  • ทันตรังสีวิทยา (Dental Radiology)
  • ทันตกรรมประดิษฐ์ (Prosthodontics)
  • ทันตกรรมป้องกัน (Preventive Dentistry)
  • ทันตกรรมหัตถการ (Operative Dentistry)
  • ทันตกรรมเด็ก (Pediatric Dentistry)
  • ศัลยกรรมช่องปาก (Oral Surgery)
  • ทันตกรรมจัดฟัน (Orthodontics)
  • ทันตศัลยกรรม (Dental Surgery)
  • งานรักษารากฟัน (Endodontics)
  • เวชศาสตร์ช่องปาก (Oral Medicine)

1.3 ระบบป้องกันข้อผิดพลาดในการสั่งการรักษา (Error Prevention System)

1.3.1 ระบบต้องมีกลไกป้องกันข้อผิดพลาดในการสั่งการรักษาทางทันตกรรม (Dental Treatment Safety Support) เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้

1.3.1.1 ระบบเตือนประวัติการแพ้ยา (Drug Allergy Alert)

  • ระบบต้องแสดงการเตือนอัตโนมัติเมื่อทันตแพทย์สั่งยาที่อยู่ในกลุ่มหรือชื่อสามัญที่ผู้ป่วยมีประวัติการแพ้
  • รองรับการดึงข้อมูลประวัติการแพ้จากฐานข้อมูลของสถานพยาบาล หรือฐานข้อมูลกลาง เช่น HDC (Health Data Center) หรือข้อมูลจากการส่งต่อผู้ป่วย ตัวอย่าง: กรณีผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยากลุ่ม Penicillin เมื่อทันตแพทย์สั่งยา Amoxicillin ระบบจะแสดงหน้าต่างเตือนว่า "ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยากลุ่ม Penicillin ห้ามใช้ยานี้"

1.3.1.2 ระบบตรวจสอบปฏิกิริยาระหว่างยา (Drug Interaction Check)

  • ระบบต้องวิเคราะห์รายการยาที่สั่งในปัจจุบันและเปรียบเทียบกับยาที่ผู้ป่วยใช้ต่อเนื่องหรือยาที่ใช้ประจำที่บ้าน (Home Medication) เพื่อแจ้งเตือนกรณีมีปฏิกิริยาระหว่างยา
  • สามารถจำแนกระดับความรุนแรงของปฏิกิริยาระหว่างยาได้ ได้แก่ ระดับรุนแรงมาก (Major) ระดับปานกลาง (Moderate) และระดับน้อย (Minor) ตัวอย่าง: กรณีทันตแพทย์สั่งยา Ibuprofen ให้แก่ผู้ป่วยที่รับประทานยา Warfarin อยู่ ระบบจะเตือนว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกเพิ่มขึ้น

1.3.1.3 ระบบเตือนการสั่งยาซ้ำ (Duplicate Drug Alert)

  • ระบบต้องแจ้งเตือนเมื่อมีการสั่งยาชนิดเดียวกันหรือกลุ่มเภสัชวิทยาเดียวกันซ้ำซ้อนกับยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่
  • รองรับการตรวจสอบตามวิธีการให้ยา (Route of Administration) เช่น ยารับประทาน (PO) และยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (IV) ตัวอย่าง: กรณีทันตแพทย์สั่งยา Paracetamol ชนิดเม็ด 500 มิลลิกรัม ทั้งแบบยารับประทานและยาน้ำในวันเดียวกัน ระบบจะแจ้งเตือนว่า "พบรายการยาซ้ำซ้อน โปรดตรวจสอบ"

1.3.1.4 ระบบตรวจสอบการสั่งหัตถการซ้ำซ้อนหรือไม่เหมาะสม

  • ระบบต้องสามารถตรวจสอบการสั่งหัตถการที่ซ้ำซ้อนหรือไม่เหมาะสมกับช่วงระยะเวลาที่กำหนดตามหลักวิชาการ
  • เช่น การขูดหินปูนและขัดรากฟัน (Scaling and Root Planing - SRP) หรือการเอกซเรย์ฟันด้านข้าง (Bitewing X-ray) ควรมีระยะห่างอย่างน้อย 6 เดือน ตัวอย่าง: กรณีมีการสั่ง "การขูดหินปูน" ซ้ำในระยะห่างน้อยกว่า 3 เดือน ระบบจะเตือนว่า "พบการทำหัตถการขูดหินปูนครั้งล่าสุดภายในระยะเวลา 90 วัน โปรดพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง"

1.3.1.5 ระบบแสดงคำแนะนำตามแนวทางเวชปฏิบัติ (Clinical Decision Support - Dental Guideline Assist)

  • ระบบต้องแสดงคำแนะนำตามมาตรฐานและแนวทางการรักษาทางทันตกรรม เช่น การดูแลฟันน้ำนม การให้สารฟลูออไรด์ หรือการเลือกใช้ยาชาเฉพาะที่
  • แสดงแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมตามอายุของผู้ป่วย ความรุนแรงของโรค หรือแผนการรักษา ตัวอย่าง: กรณีผู้ป่วยอายุ 7 ปี มีฟันน้ำนมผุ ระบบจะแนะนำการเคลือบหลุมร่องฟัน (Dental Sealant) และการให้คำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสม