TOR 16 ระบบบริหารการจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ (Drug and medical supply management system)
1.1 ระบบข้อมูลพื้นฐานยาและเวชภัณฑ์
ระบบต้องสามารถจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลหลักของยาและเวชภัณฑ์ทุกรายการที่ใช้ในโรงพยาบาล โดยมีคุณลักษณะดังนี้
1.1.1 การจัดเก็บข้อมูลทะเบียนยาและเวชภัณฑ์
ระบบต้องสามารถบันทึกและจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดของยาและเวชภัณฑ์แต่ละรายการ ประกอบด้วย
1.1.1.1 ข้อมูลทั่วไปของยาและเวชภัณฑ์
- ชื่อยา (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
- ชื่อสามัญทางยา (Generic Name)
- ชื่อการค้า (Trade Name)
- ความแรงของยา (Strength)
- รูปแบบเภสัชภัณฑ์ (Dosage Form)
- ปริมาตรหรือขนาดบรรจุ
- หน่วยนับ และจำนวนบรรจุต่อหน่วย (Units per Package)
1.1.1.2 ข้อมูลการจำแนกประเภทยาและเวชภัณฑ์
- หมวดหมู่หรือประเภทของยา (Drug Category)
- กลุ่มการออกฤทธิ์ของยา (Therapeutic Class)
- ประเภทยาควบคุมพิเศษ (ถ้ามี)
- การจำแนกเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ หรือยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ
- การจำแนกประเภทเวชภัณฑ์ที่สามารถเบิกได้ หรือเบิกไม่ได้ตามสิทธิการรักษา
1.1.1.3 รหัสมาตรฐานยาและเวชภัณฑ์
- ระบบต้องรองรับการบันทึกรหัสมาตรฐานของยาและเวชภัณฑ์ตามระบบต่าง ๆ ได้แก่
- รหัสยาขององค์การเภสัชกรรม (GPO Code)
- รหัสยาในระบบสินค้าคงคลัง (Inventory Code)
- รหัสยา TMT (Thai Medical Terminology)
- รหัสมาตรฐานของยา 24 หลัก
1.1.1.4 ข้อมูลด้านราคา
- ราคาต้นทุน (Cost Price)
- ราคาจำหน่ายสำหรับผู้ป่วยนอก (OPD Price)
- ราคาจำหน่ายสำหรับผู้ป่วยใน (IPD Price)
- ราคาขายตามประเภทสิทธิการรักษาต่าง ๆ
1.1.1.5 ข้อมูลการใช้ยาและคำเตือน
- ประโยชน์ในการรักษา (Therapeutic Use) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- วิธีใช้ยามาตรฐาน
- ฉลากคำเตือนช่วย (Auxiliary Label) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
1.1.1.5.4 ข้อมูลเตือนการใช้ยาตามกลุ่มเสี่ยง ได้แก่
- หญิงตั้งครรภ์
- หญิงให้นมบุตร
- เด็ก
- ผู้ป่วยที่มีภาวะพร่อง G6PD
- ข้อจำกัดตามเพศ
1.1.1.6 ข้อมูลส่วนประกอบของยา
- ระบบต้องสามารถจัดเก็บรายละเอียดข้อมูลตัวยาสำคัญ (Active Ingredient) ของยาแต่ละรายการได้
1.1.1.7 รูปภาพของยา
- ระบบต้องสามารถบันทึกและแสดงรูปภาพของยาทุกรายการในโรงพยาบาลได้ เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบความถูกต้องของยา
1.1.2 การจัดการคำค้นหาและการเข้าถึงข้อมูล
- ระบบต้องเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลมาตรฐานของยา เช่น รหัสยา ชื่อทั่วไป ชื่อการค้า และหมวดกลุ่มยาและเวชภัณฑ์
- ระบบต้องรองรับการกำหนดคำช่วยค้นหา (Search Keyword) สำหรับยาและเวชภัณฑ์แต่ละรายการได้มากกว่า 1 ชื่อต่อ 1 รหัส เช่น Dichlotride และ Hydrochlorothiazide (HCTZ) สำหรับยารายการเดียวกัน
- ระบบต้องสามารถผูกติดรายการค่าใช้จ่ายกับรายการยาและเวชภัณฑ์ได้ เพื่อใช้ในการคิดคำนวณค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย
- ระบบต้องรองรับการระบุสิทธิการรักษาเพื่อการชำระเงินได้ ตามข้อกำหนดของสิทธิต่าง ๆ
1.1.3 การจัดการสิทธิ์การสั่งใช้ยาและเวชภัณฑ์
1.1.3.1 ระบบต้องสามารถกำหนดสิทธิ์การสั่งใช้ยาและเวชภัณฑ์รายการต่าง ๆ ได้ โดยจำแนกตาม
- กลุ่มผู้ใช้งานระบบ (เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร)
- ประเภทผู้ป่วย (เช่น ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน)
- สิทธิการรักษา (เช่น สิทธิประกันสังคม สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สิทธิข้าราชการ)
- ระบบต้องสามารถกำหนดตัวยาที่ห้ามสั่งจ่ายร่วมกับรหัสโรคบางรหัส (ICD-10) ได้ เพื่อป้องกันการสั่งยาที่ไม่เหมาะสมตามข้อบ่งชี้
1.1.4 การจัดการสถานะยาและการแจ้งเตือน
- ระบบต้องสามารถหยุดการจำหน่ายยาหรือแจ้งว่ายาหมดในโรงพยาบาลได้ โดยสามารถบันทึกข้อความที่แจ้งเตือนแพทย์ผู้สั่งใช้ยาได้ และไม่สามารถทำการสั่งยารายการนั้นได้จนกว่ากลุ่มงานเภสัชกรรมจะมียาพร้อมจ่าย
1.1.4.2 ระบบต้องสามารถกำหนดสถานะการใช้งานของยาและเวชภัณฑ์แต่ละรายการได้ ประกอบด้วย
- สถานะใช้งาน (Active)
- สถานะไม่ใช้งานชั่วคราว (Temporarily Inactive)
- สถานะไม่ใช้งานถาวร (Permanently Inactive)
1.1.5 การตรวจสอบอันตรกิริยาระหว่างยา (Drug Interaction)
1.1.5.1 ระบบต้องสามารถบันทึกข้อมูล Drug Interaction ของยาทุกคู่ที่มีผลต่อกัน ประกอบด้วย
- ชื่อยาทั้งสองรายการที่มี Drug Interaction
- ระดับความรุนแรงของ Drug Interaction
- รายละเอียดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- ระบบต้องสามารถเตือนและแสดงผลเมื่อมีการสั่งใช้ยาคู่ที่มี Drug Interaction
- ระบบต้องสามารถกำหนดให้มีการตรวจสอบใบสั่งยาย้อนหลังของผู้ป่วยที่มีผลต่อการสั่งยาครั้งปัจจุบันได้
1.1.6 การกำหนดข้อมูลสำหรับการจัดการยา
- ระบบต้องสามารถกำหนดจำนวนการสั่งเริ่มต้น (Default Quantity) และจำนวนสั่งสูงสุด (Maximum Quantity) ของยาและเวชภัณฑ์แต่ละรายการได้
- ระบบต้องสามารถกำหนดให้มีการคำนวณจำนวนเม็ดยาโดยอัตโนมัติตามวันนัดและวิธีใช้ยาที่กำหนด
1.1.7 ข้อกำหนดเอกสารประกอบการเบิกจ่าย
1.1.7.1 ระบบต้องสามารถบันทึกและระบุข้อกำหนดเอกสารประกอบการเบิกจ่ายยาแต่ละรายการได้ โดยสามารถบันทึกชื่อแบบฟอร์มออนไลน์ที่ต้องใช้ประกอบการเบิกจ่าย อย่างน้อยได้แก่
- เอกสารประกอบการจ่ายยา จ.2
- เอกสารประกอบการจ่ายยาเสพติดให้โทษ
- เอกสารการประเมินการใช้ยา (Drug Use Evaluation - DUE)
- เอกสารใบรับรองการใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ (NED)
- เอกสารอนุมัติการใช้ยาเคมีบำบัด โดยต้องมีแพทย์ลงนามอย่างน้อย 2 ท่าน
- เอกสารการขออนุมัติการใช้ยาตามหลักเกณฑ์ OCPA (Off-label, Compassionate, Pre-approval Access)
1.1.8 การจัดทำข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงกับระบบภายนอก
- ระบบต้องสามารถกำหนดราคาขายยาและเวชภัณฑ์โดยจำแนกตามประเภทสิทธิ์ผู้ป่วย เพื่อเป็นกรอบการเลือกใช้รายการยาให้ตรงตามสิทธิ์ผู้ป่วย โดยราคาจะคำนวณตามสูตรโครงสร้างราคายามาตรฐาน
- ระบบต้องสามารถสร้างไฟล์สำหรับการส่งออกรายการยา (Drug Catalog) ในรูปแบบมาตรฐาน เพื่อการนำเข้าระบบ Drug Catalog ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ในรูปแบบ Microsoft Excel Format เป็นอย่างน้อย
- ระบบต้องสามารถสร้างชุดข้อมูลสำหรับการส่งออกไปยังระบบ E-claim Offline ในรูปแบบมาตรฐาน เพื่อให้ข้อมูลการเบิกจ่ายของผู้ป่วยตรงกับข้อมูลของกระบวนการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลของ สปสช.
1.2 ระบบงานจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์
1.2.1 ระบบงานจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ใช้สำหรับบริหารจัดการความต้องการและการจัดหาจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในหน่วยงาน โดยมีการกำหนดกรอบแผนการจัดซื้อเพื่อเป็นแนวทางการบริหารงบประมาณการจัดซื้อ และใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณาราคาในกระบวนการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกันทั้งระบบ มีความรวดเร็ว ถูกต้อง และสามารถทวนสอบความต้องการก่อนการอนุมัติดำเนินการสั่งซื้อ
1.2.1.1 ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- หน่วยงานจัดซื้อ
- งานคลังยาและเวชภัณฑ์
- บริษัทจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์
- แพทย์ผู้ทำการรักษา
- ผู้บริหารโรงพยาบาล
- หน่วยงานภายในอื่น ๆ
1.2.2 ระบบบริหารแผนการจัดซื้อ
- ระบบต้องสามารถสร้างแผนการจัดซื้อประจำปีงบประมาณ แยกเป็นประเภทรายการยาและเวชภัณฑ์ โดยข้อมูลแผนดังกล่าวจะเป็นกรอบในการจัดซื้อของปีงบประมาณ
1.2.2.2 ระบบต้องสนับสนุนการพิจารณาข้อมูลประกอบการสร้างแผนการจัดซื้อประจำปี อย่างน้อยดังต่อไปนี้
- ข้อมูลแผนการสั่งซื้อย้อนหลัง
- ข้อมูลปริมาณการใช้ย้อนหลัง
- ข้อมูลปริมาณคงเหลือ ณ สิ้นปีงบประมาณ
- ข้อมูลปริมาณการใช้ตามแผนการรักษา
- ระบบต้องสามารถทบทวนและปรับปรุงแผนระหว่างปีงบประมาณได้ ทั้งการเพิ่มเติม การปรับลด หรือการแก้ไข เพื่อปรับกรอบการจัดหาในปีงบประมาณ โดยต้องมีการบันทึกการอนุมัติรายการที่มีการเปลี่ยนแปลง และเสนอขออนุมัติต่อผู้มีอำนาจอนุมัติการปรับแผนการจัดซื้อ
1.2.3 ระบบขอใช้ยานอกโรงพยาบาล (รายการยาใหม่)
1.2.3.1 ระบบต้องสามารถบันทึกข้อมูลคำร้องขอใช้ยากรณีรายการยาใหม่ที่ยังไม่มีในทะเบียนยาของโรงพยาบาล โดยแพทย์ผู้ทำการรักษา ซึ่งข้อมูลประกอบด้วย
- รายละเอียดของยา
- จำนวนความต้องการ
- วันที่ต้องการใช้
- ราคาต่อหน่วย
- ชื่อบริษัทจำหน่าย
- เหตุผลทางการแพทย์ในการขอใช้ยา
- ระบบต้องสามารถส่งคำร้องแบบออนไลน์ไปยังหน่วยงานจัดซื้อพิจารณา เพื่อสร้างรายการยาใหม่ (Drug Item Master) และพิจารณาเบื้องต้น ก่อนส่งต่อไปขออนุมัติจากผู้บริหารโรงพยาบาล
- ระบบต้องรองรับการอนุมัติการใช้ยาแบบออนไลน์ โดยผู้บริหารสามารถอนุมัติหรือไม่อนุมัติผ่านทางระบบ พร้อมทั้งระบุเหตุผลในกรณีไม่อนุมัติ และส่งผลการพิจารณากลับไปยังหน่วยงานที่ร้องขอ
- ระบบต้องมีการรายงานผลและแสดงสถานะของรายการคำร้องที่ส่งไปขออนุมัติ และรายงานสถานะการสั่งซื้อ เพื่อให้ผู้ร้องขอสามารถติดตามสถานะของการจัดซื้อได้
1.2.4 ระบบเสนอราคาจากบริษัทจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์
1.2.4.1 ระบบต้องสามารถลงทะเบียนบริษัทจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์มิใช่ยา เพื่อบันทึกรายละเอียด ดังนี้
- ชื่อบริษัทจำหน่าย
- ที่อยู่และรายละเอียดการติดต่อ
- ชื่อผู้ประสานงาน
- การกำหนดสิทธิ์และสถานะการใช้งาน
- ระบบต้องเปิดให้ผู้จำหน่ายยาและเวชภัณฑ์สามารถป้อนรายการยาและราคาแบบออนไลน์ได้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาสั่งซื้อในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การตกลงราคา การสอบราคา การประกวดราคา
1.2.4.3 ข้อมูลที่ผู้จำหน่ายต้องบันทึก ประกอบด้วยอย่างน้อยดังนี้
- ชื่อบริษัทจำหน่าย
- ชื่อสามัญทางยา (Generic Name)
- ชื่อการค้า (Trade Name)
- ชื่อโรงงานผู้ผลิต
- รายละเอียดกำกับการใช้ยา
- ระยะเวลาการส่งมอบ
- รหัสยาตามมาตรฐาน TMT
- ราคาต่อหน่วย
- ระยะเวลาการยืนราคา
- ระบบต้องรองรับการบันทึกเอกสารการรับรองการทดสอบคุณภาพยา (Certificate of Analysis) ในรูปแบบไฟล์ PDF สำหรับยารายการที่ต้องแนบเอกสารประกอบในการเสนอข้อมูล
- ระบบต้องสามารถส่งข้อมูลความต้องการของการสั่งซื้อในแต่ละครั้งไปยังบริษัทจำหน่ายที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อให้ทบทวนและยืนยันราคา (Price List) ผ่านทาง E-mail ที่ได้ลงทะเบียนไว้ในระบบ
- ระบบต้องแสดงระดับราคาของผู้จำหน่ายยาและเวชภัณฑ์ที่เสนอไว้ โดยเรียงลำดับราคา แต่ไม่เปิดเผยชื่อบริษัทจำหน่ายอื่น ๆ
- ระบบต้องสามารถบันทึกประวัติการส่งมอบสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัทจำหน่าย เพื่อป้องกันการสั่งซื้อในกรณีที่มีประวัติปัญหา โดยสามารถกำหนดได้ทั้งในระดับบริษัทผู้จำหน่ายหรือโรงงานผู้ผลิต
1.2.5 ระบบจัดทำใบขอซื้อ
1.2.5.1 ระบบต้องสามารถสร้างใบขอซื้อในกรณีต่าง ๆ ดังนี้
- การขอซื้อตามแผนการจัดซื้อประจำปีงบประมาณ
- การขอซื้อนอกแผนการจัดซื้อประจำปี
- การขอซื้อจากระบบขอใช้ยานอกโรงพยาบาล (รายการยาใหม่)
1.2.5.2 ระบบต้องสามารถเตือนผู้สร้างใบขอซื้อในกรณีต่อไปนี้
- รายการสินค้าและจำนวนที่ระบุมีราคาเกินราคากลาง
- ปริมาณการสั่งซื้อมากกว่าแผนการสั่งซื้อ
- ราคาที่สั่งซื้อไม่ใช่ราคาต่ำสุด
- โดยต้องจัดให้มีระบบอนุมัติหรือรับรองใบขอซื้อ พร้อมระบุสาเหตุและเหตุผล ก่อนส่งไปขออนุมัติจากผู้บริหารโรงพยาบาล
- ระบบต้องสามารถสร้างใบขอซื้อรายการยาและเวชภัณฑ์จากรายงานสินค้าขาดสต็อก หรือปริมาณสต็อกที่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดที่กำหนด จากระบบคลังสินค้าที่ร้องขอให้สั่งซื้อสินค้า
- ระบบต้องใช้ข้อมูลรายการยาและราคาจากระบบเสนอราคาของบริษัทจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์ เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาจัดทำใบขอซื้อ
1.2.5.6 ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณา ได้แก่
- ประวัติการสั่งซื้อย้อนหลัง
- ราคาที่เคยซื้อล่าสุด
- ราคากลางของรายการที่ต้องการ
- ระบบต้องสามารถแปลงหรือคำนวณหน่วยของความต้องการและหน่วยของบรรจุภัณฑ์ส่งมอบได้
- ระบบต้องสามารถส่งคำร้องขอซื้อแบบออนไลน์ไปยังผู้มีหน้าที่รับผิดชอบพิจารณาอนุมัติเบื้องต้น ก่อนส่งต่อไปขออนุมัติจากผู้บริหารโรงพยาบาล
- ระบบต้องมีการรายงานผลและแสดงสถานะรายการคำร้องที่ส่งไปขออนุมัติ และรายงานสถานะการสั่งซื้อ เพื่อให้ผู้ร้องขอสามารถติดตามสถานะของการจัดซื้อได้
- ระบบต้องสามารถบันทึกหมายเลขการสั่งซื้อ โดยกำหนดตามแต่ละประเภทได้ เพื่อใช้สำหรับการอ้างอิงในระบบการตรวจรับเข้าสินค้าจากการสั่งซื้อ
- ระบบต้องสามารถเตือนผู้สร้างใบขอซื้อในกรณีเลือกรายการสินค้าที่ไม่ได้มีราคาแสดงต่ำสุด โดยให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติ พร้อมมีการระบุสาเหตุและเหตุผล
1.2.5.12 ระบบต้องสามารถแสดงรายงานได้อย่างน้อยดังนี้
- รายการยาและเวชภัณฑ์ของผู้จำหน่าย (Price List)
- รายงานประวัติการสั่งซื้อตามรายการสินค้า ตามประเภทสินค้า ตามผู้จำหน่าย โดยกำหนดระยะเวลาได้ตามต้องการ
- รายงานประวัติการอนุมัติ/ไม่อนุมัติรายการยาขอใช้ยานอกโรงพยาบาล (รายการยาใหม่)
- รายงานการประเมินการส่งมอบสินค้าจากผู้จำหน่าย
1.2.5.12.5 รายงานสถานะการสั่งซื้อ โดยสามารถแสดงข้อมูลได้ดังนี้
- สถานะการส่งมอบ
- ปริมาณที่สั่งซื้อ
- ปริมาณการส่งมอบแล้ว
- ปริมาณค้างส่งมอบ
- สถานะการตรวจรับ
- สถานะการส่งเปลี่ยนคืนสินค้า
- รายงานยอดการสั่งซื้อเปรียบเทียบกับแผนการสั่งซื้อประจำปีงบประมาณ
1.3 ระบบงานคลังยาและเวชภัณฑ์
1.3.1 ระบบงานคลังยาและเวชภัณฑ์เป็นระบบที่ใช้สำหรับงานบริหารการจัดเก็บสินค้าตามแผนการจัดเก็บแต่ละรายการสอดคล้องกับแผนการใช้สินค้า โดยปริมาณที่จัดเก็บจะถูกวางแผนและมีการจัดหามาทดแทนในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการภายในหน่วยงาน รวมถึงการตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งานของยาและเวชภัณฑ์ เช่น การควบคุมวันหมดอายุ การตรวจสอบหมายเลขล็อตการผลิตที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพ อีกทั้งเป็นระบบที่จัดระเบียบการบันทึกข้อมูลรายละเอียดยาและเวชภัณฑ์ รหัสยา รายละเอียดราคาที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิ์การรักษา ข้อบ่งชี้การใช้งาน และข้อกำหนดเอกสารประกอบการเบิกจ่าย
1.3.1.1 ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- หน่วยงานจัดซื้อ
- งานคลังยาและเวชภัณฑ์
- บริษัทจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์
- ผู้บริหารโรงพยาบาล
- ผู้บริจาค
- คลังยาผู้ป่วยนอก
- คลังยาผู้ป่วยใน
- คลังยาห้องผสมยาเคมีบำบัด
- คลังย่อยของหน่วยงานภายในอื่น ๆ
1.3.2 ระบบรับสินค้าเข้าคลังจากการสั่งซื้อ
- ระบบต้องสามารถบันทึกการส่งสินค้าจากบริษัทผู้จำหน่าย โดยใช้ข้อมูลการขอซื้อที่ผ่านกระบวนการจัดซื้อด้วยวิธีการต่าง ๆ ของระบบจัดซื้อ เพื่อบันทึกรับรายการสินค้าดังกล่าวเข้าคลังสินค้า
1.3.2.2 ระบบต้องสามารถกำหนดการรับสินค้าแบบแบ่งรอบการส่งมอบได้ พร้อมทั้งแสดงข้อมูลดังนี้
- รายการที่สั่งซื้อ
- รายการที่ส่งมอบแล้ว
- จำนวนค้างส่งมอบ
- โดยแยกตามรายการที่สั่งซื้อได้
- ระบบต้องสามารถกำหนดหมายเลขล็อตสินค้าภายในโดยอัตโนมัติได้ และสามารถกำหนดหมายเลขล็อตสินค้าภายนอกสำหรับบันทึกหมายเลขล็อตสินค้าจากโรงงานผู้ผลิต โดยมีการกำหนดวันหมดอายุกำกับไว้ทุกล็อตสินค้าภายใน
- ระบบต้องสามารถบันทึกการรับสินค้า 1 รายการที่มีหลายหมายเลขล็อตสินค้าภายนอก หรือหลายวันหมดอายุได้
- ระบบต้องสามารถแก้ไขและยกเลิกรายการรับสินค้าจากการสั่งซื้อได้ โดยสามารถดำเนินการได้ตามสิทธิ์ผู้ใช้งานที่กำหนด
- ระบบต้องสามารถกำหนดสถานะของการตรวจรับสินค้าได้ และสามารถพิมพ์รายงานผลการตรวจรับสินค้าได้
1.3.3 ระบบเบิกจ่ายยาและเวชภัณฑ์
ระบบประกอบด้วยระบบย่อย 3 ส่วน ได้แก่
1.3.3.1 ระบบการขอเบิกสินค้า หน่วยงานที่ต้องการเบิกต้องสามารถป้อนข้อมูลรายการสินค้าที่ต้องการ ได้แก่
- รายการสินค้าที่ต้องการเบิก
- จำนวน
- วันที่ต้องการ ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งไปยังหน่วยงานที่ทำการจ่ายเพื่อจัดเตรียมสินค้าและพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายต่อไป
1.3.3.2 ระบบการจ่ายสินค้า หน่วยงานคลังที่รับเรื่องการขอเบิกจากหน่วยงานผู้ร้องขอต้องสามารถทำการจัดเตรียมสินค้าที่ขอเบิก และบันทึกรายละเอียดดังนี้
- รายการสินค้า
- จำนวน
- ข้อมูลหมายเลขล็อตควบคุมสินค้า (ในกรณีที่เป็นสินค้าที่มีการกำหนดให้มีการควบคุมหมายเลขล็อตสินค้า)
1.3.3.3 ระบบบันทึกรับสินค้า
- หน่วยงานที่รับสินค้าต้องสามารถบันทึกสินค้าเข้าคลังของหน่วยงาน โดยใช้ข้อมูลจากการส่งสินค้าจากระบบจ่ายสินค้า
- ระบบต้องสามารถปรับแก้ไข ปรับปรุง และยกเลิกการบันทึกการขอเบิกสินค้า การจ่ายสินค้า และการบันทึกรับสินค้าได้
1.3.3.3.3 ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลดังต่อไปนี้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการบันทึกใบขอเบิกสินค้า
- ปริมาณการจัดเก็บในคลังสินค้า
- ปริมาณที่ใช้ไป
- ยอดคงคลัง
- ระดับคงคลังต่ำสุด
- ระดับคงคลังสูงสุด
- ปริมาณความต้องการตามแผนการรักษา
1.3.4 ระบบเปลี่ยนคืนยาและเวชภัณฑ์จากการสั่งซื้อ
- ระบบต้องสามารถสร้างรายการสินค้าที่ใกล้หมดอายุ และสามารถตั้งรายการเรียกคืนจากจุดคลังย่อยภายในหน่วยงาน เพื่อส่งคืนกลับคลังสินค้าเพื่อทำการเตรียมการส่งเปลี่ยนคืนสินค้า
- ระบบต้องสามารถบันทึกรายการยาและเวชภัณฑ์ที่ต้องการส่งเปลี่ยนคืนบริษัทผู้จำหน่าย ตามที่ได้สั่งซื้อสินค้าดังกล่าว ตามข้อกำหนดที่สามารถเปลี่ยนสินค้าที่จะหมดอายุหรือสินค้ามีปัญหาเรื่องคุณภาพการใช้งาน
1.3.4.3 ระบบต้องสามารถบันทึกประเภทการเปลี่ยนคืนสินค้า ได้แก่
- การเปลี่ยนสินค้ารายการเดิมที่ส่งเปลี่ยน
- การเปลี่ยนสินค้าใหม่ที่มีมูลค่าเท่าเดิมกับมูลค่าสินค้าที่ขอส่งคืน
- การคืนสินค้าแล้วคิดมูลค่าสินค้าให้เป็นส่วนลดราคาในการสั่งซื้อครั้งต่อไป
- ระบบต้องสามารถกำหนดหมายเลขล็อตสินค้าภายในโดยอัตโนมัติได้ และสามารถกำหนดหมายเลขล็อตสินค้าภายนอกสำหรับบันทึกหมายเลขล็อตสินค้าจากโรงงานผู้ผลิต โดยมีการกำหนดวันหมดอายุกำกับไว้ทุกล็อตสินค้าภายใน
- ระบบต้องสามารถบันทึกการคืนสินค้า 1 รายการที่มีหลายหมายเลขล็อตสินค้าภายนอก หรือหลายวันหมดอายุได้
- ระบบต้องสามารถแก้ไขและยกเลิกรายการคืนสินค้าจากการสั่งซื้อได้ โดยสามารถดำเนินการได้ตามสิทธิ์ผู้ใช้งานที่กำหนด
- ระบบต้องสามารถกำหนดสถานะของการตรวจรับคืนสินค้าได้ และสามารถพิมพ์รายงานผลการตรวจรับคืนสินค้าได้
1.3.5 ระบบปรับยอดคงคลังยาและเวชภัณฑ์
1.3.5.1 ระบบต้องสามารถบันทึกการปรับปรุงรายการสินค้า ได้แก่
- การปรับยอดปริมาณสินค้าจริงเทียบกับข้อมูลในฐานข้อมูลการจัดเก็บ
- การแก้ไขหมายเลขล็อตและวันหมดอายุของสินค้า เพื่อให้ข้อมูลวันหมดอายุตรงกับข้อมูลฐานข้อมูลการจัดเก็บ
- ระบบการปรับยอดคงคลังยาและเวชภัณฑ์มิใช่ยาต้องได้รับการอนุมัติโดยผู้มีอำนาจในการดำเนินการเท่านั้น
- ระบบต้องสามารถบันทึกประวัติการปรับยอดคงคลังยาและเวชภัณฑ์ได้ และสามารถออกรายงานรายละเอียดการปรับยอดทั้งปริมาณและมูลค่าที่ได้ดำเนินการปรับยอดสินค้าคงคลัง
1.3.6 ระบบรับสินค้าเข้าคลังจากการบริจาค/สินค้าแถม/ยาโครงการ
- ระบบต้องสามารถบันทึกการรับสินค้าจากการบริจาค/สินค้าแถม/ยาโครงการได้ และกำหนดให้เป็นรายการสินค้าบริจาคที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือคิดค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กำหนดได้
- ระบบต้องสามารถกำหนดหมายเลขล็อตสินค้าภายในโดยอัตโนมัติได้ และสามารถกำหนดหมายเลขล็อตสินค้าภายนอกสำหรับบันทึกหมายเลขล็อตสินค้าจากโรงงานผู้ผลิต โดยมีการกำหนดวันหมดอายุกำกับไว้ทุกล็อตสินค้าภายใน
- ระบบต้องสามารถบันทึกการรับสินค้า 1 รายการที่มีหลายหมายเลขล็อตสินค้าภายนอก หรือหลายวันหมดอายุได้
- ระบบต้องสามารถแก้ไขและยกเลิกรายการรับสินค้าจากการรับบริจาคได้ โดยสามารถดำเนินการได้ตามสิทธิ์ผู้ใช้งานที่กำหนด
1.4 ระบบรายงาน
ระบบต้องสามารถจัดทำรายงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อย่างน้อยดังนี้
1.4.1 รายงานด้านข้อมูลพื้นฐาน
- รายงานทะเบียนยาและเวชภัณฑ์
- รายงานยาและเวชภัณฑ์จำแนกตามหมวดหมู่
- รายงานยาและเวชภัณฑ์จำแนกตามสิทธิการรักษา
- รายงานยาในบัญชียาหลักแห่งชาติและยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ
- รายงานยาควบคุมพิเศษ
1.4.2 รายงานด้านการจัดซื้อ
- รายงานแผนการจัดซื้อประจำปีงบประมาณ
- รายงานการปรับปรุงแผนการจัดซื้อ
- รายงานรายการยาและเวชภัณฑ์ของผู้จำหน่าย (Price List)
- รายงานประวัติการสั่งซื้อ จำแนกตามรายการสินค้า ประเภทสินค้า และผู้จำหน่าย
- รายงานประวัติการอนุมัติ/ไม่อนุมัติรายการยาขอใช้ยานอกโรงพยาบาล
- รายงานการประเมินการส่งมอบสินค้าจากผู้จำหน่าย
1.4.2.7 รายงานสถานะการสั่งซื้อ แสดงรายละเอียด ดังนี้
- สถานะการส่งมอบ
- ปริมาณที่สั่งซื้อ
- ปริมาณการส่งมอบแล้ว
- ปริมาณค้างส่งมอบ
- สถานะการตรวจรับ
- สถานะการส่งเปลี่ยนคืนสินค้า
- รายงานยอดการสั่งซื้อเปรียบเทียบกับแผนการสั่งซื้อประจำปีงบประมาณ
1.4.3 รายงานด้านคลังยาและเวชภัณฑ์
- รายงานสินค้าคงคลัง จำแนกตามคลังและรายการสินค้า
- รายงานสินค้าคงคลังต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ
- รายงานสินค้าใกล้หมดอายุ โดยกำหนดระยะเวลาล่วงหน้าได้
- รายงานสินค้าหมดอายุ
- รายงานการรับสินค้าเข้าคลัง จำแนกตามประเภทการรับ (จากการสั่งซื้อ/บริจาค/แถม/โครงการ)
- รายงานการเบิกจ่ายสินค้า จำแนกตามหน่วยงาน
- รายงานการเปลี่ยนคืนสินค้า
- รายงานการปรับยอดคลังสินค้า
- รายงานมูลค่าสินค้าคงคลัง
- รายงานการเคลื่อนไหวสินค้า (Stock Movement)
- รายงานอัตราการหมุนเวียนสินค้า (Stock Turnover Rate)