ข้ามไปที่เนื้อหา

TOR 11 ระบบบริการจัดการยาผู้ป่วยใน (Inpatient Electronic Medication Administration Record System: e-MAR)

ระบบต้องมีฟังก์ชันการทำงานและคุณลักษณะเฉพาะ ดังต่อไปนี้

1.1 การเชื่อมโยงกับระบบสั่งยาและการรักษาด้วยคอมพิวเตอร์ (CPOE Integration)

ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงและดึงข้อมูลคำสั่งยาจากแพทย์โดยตรงจากระบบ CPOE โดยมีรายละเอียดดังนี้ - ดึงข้อมูลคำสั่งยาจากแพทย์แบบอัตโนมัติ ประกอบด้วยข้อมูล ชื่อยา รูปแบบยา ความแรงของยา ขนาดยา (Dose) เส้นทางการให้ยา (Route) ความถี่ในการให้ยา (Frequency) และคำแนะนำพิเศษ - แสดงสถานะของคำสั่งยา ได้แก่ คำสั่งที่ใช้งานอยู่ (Active) คำสั่งที่ระงับชั่วคราว (Hold) คำสั่งที่ยกเลิก (Off) และคำสั่งยาตามความจำเป็น (PRN) พร้อมทั้งแสดงเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการให้ยา - บันทึกรายละเอียดการแก้ไขคำสั่งยาโดยแพทย์ รวมถึงผู้ที่ทำการยืนยันการแก้ไข พร้อมประทับเวลา (Time Stamp)

1.2 ระบบการให้ยาด้วยการสแกนบาร์โค้ดเพื่อยืนยันตัวตน (Barcode Medication Administration: BCMA)

ระบบต้องรองรับกระบวนการให้ยาด้วยการสแกนบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด เพื่อความปลอดภัยในการให้ยา โดยมีคุณลักษณะดังนี้ - รองรับการสแกนคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดที่ปลอกข้อมือของผู้ป่วย และบาร์โค้ดของยา - ตรวจสอบความถูกต้องตามหลักการ 5 ถูก (Five Rights) ได้แก่ ผู้ป่วยถูก ยาถูก ขนาดยาถูก เวลาถูก และเส้นทางการให้ยาถูก - มีกลไกป้องกันการให้ยาในกรณีที่ข้อมูลจากการสแกนไม่สอดคล้องกับคำสั่งยา หรือคำสั่งยาถูกยกเลิกแล้ว - บันทึกข้อมูลผู้ให้ยาแบบอัตโนมัติพร้อมประทับเวลา

1.3 ระบบตรวจจับความเสี่ยง (Risk Detection)

ระบบต้องมีระบบการจัดการข้อมูลการบริการยารูปแบบ Rule Base เพื่อให้ผู้ใช้งาน ตั้งค่าการทำงานหรือปรับปรุงเงื่อนไขการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยได้ ดังนี้

  • ตรวจสอบความขัดแย้งระหว่างผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Results) กับยาที่กำลังจะให้แก่ผู้ป่วย
  • ตรวจสอบประวัติการแพ้ยาและการแพ้อาหารของผู้ป่วย
  • ตรวจจับปฏิกิริยาระหว่างยากับยา (Drug-Drug Interaction)
  • แจ้งเตือนเมื่อมีคำสั่งให้งดยาก่อนการทำหัตถการ เช่น การงดยาต้านการแข็งตัวของเลือดก่อนการผ่าตัด
  • แสดงการแจ้งเตือนเมื่อพบความเสี่ยง และบังคับให้มีการขอการยืนยันจากแพทย์ก่อนดำเนินการต่อ

1.4 ระบบการเตรียมยาและการบันทึกข้อมูลหมายเลขล็อต (Medication Preparation and Lot Recording)

ระบบต้องรองรับกระบวนการเตรียมยาและบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ - รองรับการคำนวณการผสมยา ตามคำสั่งแพทย์ คำนวณส่วนผสม และมีระบบสร้างสูตรการเตรียมตัวยาและส่วนสารละลาย มีเงื่อนไขที่สามารถตั้งค่าได้จากผู้ใช้งานและนำข้อมูลผู้ป่วยร่วมประมวลผล ส่วนผสมได้ตามวงรอบการให้ยาได้ และรองรับการบันทึกข้อมูลการเตรียมยาฉีดและสารละลายทางหลอดเลือด (Intravenous Infusion) - บันทึกข้อมูลผู้เตรียมยา ปริมาณยา ตัวทำละลาย และอุปกรณ์ที่ใช้ - รองรับการสแกนคิวอาร์โค้ดบนขวดยาเพื่อบันทึกข้อมูลหมายเลขล็อต (Lot Number) และวันหมดอายุ - สามารถพิมพ์ฉลากยาเฉพาะบุคคลเพื่อติดบนกระบอกฉีดยา (Syringe) หรือถุงสารละลายทางหลอดเลือด รองรับการควบคุมการสั่งพิมพ์ฉลากยา เพื่อป้องการการเตรียมยาซ้ำ

1.5 กระบวนการบริหารยาตามเส้นทางการให้ยา (Medication Administration Process)

ระบบต้องรองรับกระบวนการให้ยาตามเส้นทางต่างๆ ดังนี้ - พยาบาลต้องสแกนบาร์โค้ดผู้ป่วยและยาก่อนการให้ยาทุกครั้ง - รองรับการบันทึกสถานะการให้ยา ได้แก่ ให้ยา งดยา เลื่อนเวลาให้ยา ให้ยาตามความจำเป็น (PRN) หรือไม่ให้ยา พร้อมระบุเหตุผล - รองรับการบันทึกอาการของผู้ป่วยหลังการให้ยา - มีกลไกป้องกันการให้ยาซ้ำหรือการให้ยานอกเวลาที่กำหนด

1.6 ระบบติดตามอาการหลังการให้ยา (Post-Medication Monitoring)

ระบบต้องมีฟังก์ชันการติดตามและประเมินอาการผู้ป่วยหลังการให้ยา ดังนี้ - สร้างงานติดตาม (Task) แบบอัตโนมัติสำหรับยาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (High Alert Drug) และยาที่แพทย์ระบุให้ติดตามพิเศษ - รองรับการเลือกใช้แบบฟอร์มการประเมินต่างๆ เช่น สัญญาณชีพ (Vital Signs) คะแนนความปวด (Pain Score) และระดับความรู้สึกตัว (Glasgow Coma Scale: GCS) - บันทึกผลการประเมินลงในระบบ e-MAR หรือแดชบอร์ดติดตามงาน (Task Dashboard)

1.7 ระบบรายงานและบันทึกการตรวจสอบย้อนหลัง (Reporting and Audit Trail)

ระบบต้องมีความสามารถในการจัดทำรายงานและบันทึกการตรวจสอบ ดังนี้ - จัดทำรายงานรายการยาที่ให้แล้ว ยาที่ไม่ได้ให้ ข้อความแจ้งเตือน และยาที่ให้ตามความจำเป็น (PRN) - บันทึกรายการตรวจสอบ (Audit Log) ประกอบด้วย ผู้ให้ยา เวลาที่ให้ยา สถานะการให้ยา และเหตุผลในกรณีที่ไม่ได้ให้ยา - รองรับการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังเพื่อการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง (Continuous Quality Improvement: CQI) การประชุมป่วยตายและป่วยหนัก (Morbidity and Mortality Conference: M&M) และการทำงานของทีมความปลอดภัยของผู้ป่วย

1.8 ระบบรักษาความปลอดภัยและการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง (Security and Access Control)

ระบบต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยและการควบคุมสิทธิ์ ดังนี้ - กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามบทบาทหน้าที่ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล และเภสัชกร - รองรับการยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่าน บัตรอัจฉริยะ (Smart Card) หรือการสแกนลายนิ้วมือ - บันทึกกิจกรรมทั้งหมดพร้อมประทับเวลาและชื่อผู้ใช้งาน

1.9 ระบบการจัดการรถเข็นจ่ายยา (Medication Cart Management)

ระบบต้องรองรับการจัดการรถเข็นจ่ายยาอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ - รองรับการจัดเก็บยาในรถเข็นแยกตามรายผู้ป่วย โดยมีช่องเก็บยาเฉพาะสำหรับแต่ละผู้ป่วย - มีช่องพิเศษสำหรับเก็บยาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (High Alert Drug) พร้อมระบบล็อกด้วยรหัสผ่านหรือบัตรอัจฉริยะ - รองรับการสแกนบาร์โค้ดช่องเก็บยา ยา และผู้ป่วยก่อนการให้ยา - บันทึกรายการการเปิดตู้พิเศษทุกครั้ง - กำหนดให้ยาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษต้องมีการยืนยันตัวตนผู้ใช้งานและระบุเหตุผลในการให้ยา

1.10 ระบบการให้สารละลายทางหลอดเลือด (Intravenous Fluid Administration)

ระบบต้องรองรับการบริหารจัดการสารละลายทางหลอดเลือดอย่างครบวงจร ดังนี้

1.10.1 รองรับคำสั่งการให้สารละลายทางหลอดเลือดจากระบบ CPOE เช่น

  • สารละลายน้ำเกลือ (Normal Saline Solution) ปริมาตร 1,000 มิลลิลิตร ด้วยอัตราการไหล 100 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง เป็นเวลา 8 ชั่วโมง
  • สารละลายริงเกอร์แลคเตต (Ringer's Lactate) ผสมโพแทสเซียมคลอไรด์ 20 มิลลิเอควิวาเลนต์ หยดเป็นเวลา 6 ชั่วโมง

1.10.2 รองรับการบันทึกข้อมูลโดยพยาบาล ประกอบด้วย

  • เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการให้สารละลาย
  • อัตราการไหลของสารละลายและอาการของผู้ป่วย
  • สถานะสารละลายคงเหลือ สารละลายหมด หรือการเปลี่ยนถุงใหม่
  • กรณีเป็นยาที่ผสมในสารละลายทางหลอดเลือด เช่น โดปามีน (Dopamine) ต้องระบุสูตรการผสม รายการยา ปริมาณยา และลงนามผู้ผสมยา
  • แสดงไทม์ไลน์ (Timeline) ของสารละลายทางหลอดเลือดทุกถุงที่ให้ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง