รายงานการวิเคราะห์ SATI Co., Ltd. เพื่อการเป็นพาร์ทเนอร์ระบบ HIS
สรุปผู้บริหาร
บริษัท สาติ จำกัด (SATI Co., Ltd.) เป็น Startup ด้าน Healthtech จากเชียงใหม่ที่เชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบ AI ทางการแพทย์ โดยเฉพาะในส่วนของการสรุปเวชระเบียนและการเพิ่มความแม่นยำของข้อมูลทางการแพทย์ เหมาะสมเป็นพาร์ทเนอร์สำหรับบริษัทซอฟต์แวร์ที่มีระบบ HIS
1. ข้อมูลทั่วไปของบริษัท
1.1 ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อบริษัท: บริษัท สาติ จำกัด (SATI Co., Ltd.)
- วันที่จดทะเบียน: 31 มีนาคม 2565 (แปรสภาพจากหจก.)
- ที่อยู่: 125/3 ถ.จ่อนประทาน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
- อีเมล: [email protected]
- โทรศัพท์: +66 65 508 8850
1.2 วิสัยทัศน์และพันธกิจ
- พันธกิจ: "Innovate operational systems of medical services" - นวัตกรรมระบบปฏิบัติการของบริการทางการแพทย์
- วิสัยทัศน์: "Create a better medical service" - สร้างบริการทางการแพทย์ที่ดีขึ้น
- เป้าหมาย: พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในด้านเทคโนโลยีการแพทย์
1.3 ทีมงานหลัก
- Dr. Paelada Wongsirimeteekul, MD: CPO (Chief Product Officer) และ Co-founder
2. ผลิตภัณฑ์และบริการหลัก
2.1 ChartSum - ระบบสรุปเวชระเบียนด้วย AI
คุณสมบัติหลัก
- รวมเทคโนโลยี Natural Language Processing (NLP) และ Large Language Models (LLM)
- ใช้สถาปัตยกรรม Agentic AI ที่ทำงานแบบอัตโนมัติ
- รองรับมาตรฐานการแพทย์ MRA, HA, AHA, HA-IT
- ระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการเบิกจ่ายตามหลักฐานทางการแพทย์
- สรุปประวัติผู้ป่วย, การคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้น, รายการยา, ค่าใช้จ่ายทางห้องปฏิบัติการ
- แปลงข้อมูลการวินิจฉัยเป็นรหัส ICD อัตโนมัติ
ข้อดี
- เพิ่มรายได้: ผลลัพธ์จริงแสดงเพิ่มรายได้เฉลี่ย 62 ล้านบาทต่อโรงพยาบาล
- ประหยัดเวลา: เพิ่มความเร็วในการระบุรหัสโรค 71%
- ลดภาระงาน: ลดชั่วโมงการทำงานของบุคลากรกว่า 9,057 ชั่วโมง
- ความแม่นยำ: ลดข้อผิดพลาดในการทำเวชระเบียน
- มาตรฐานสากล: รองรับมาตรฐานการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับ
ข้อเสีย
- ต้องการข้อมูลคุณภาพ: ต้องมีเวชระเบียนที่สมบูรณ์เพื่อให้ AI ทำงานได้ดี
- การปรับแต่ง: อาจต้องใช้เวลาในการปรับแต่งให้เข้ากับระบบแต่ละโรงพยาบาล
- ความซับซ้อน: ต้องการความเข้าใจเทคโนโลยี AI จากผู้ใช้งาน
2.2 IMPRESS - ระบบแปลงการวินิจฉัยเป็นรหัสมาตรฐาน
คุณสมบัติหลัก
- แปลงการวินิจฉัยและหัตถการทางการแพทย์เป็นรหัส ICD-10 และ SNOMED-CT
- รองรับการแปลงภาษาไทยเป็นรหัสมาตรฐานสากล
- ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสแบบเรียลไทม์
- เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลรหัสมาตรฐานที่อัปเดตล่าสุด
ข้อดี
- มาตรฐานสากล: รองรับ ICD-10 และ SNOMED-CT ที่เป็นมาตรฐานโลก
- ประหยัดเวลา: ลดเวลาในการค้นหารหัสแบบแมนนวล
- ลดข้อผิดพลาด: ลดการใส่รหัสผิดจากการทำงานด้วยมือ
- ง่ายต่อการใช้: Interface ที่ใช้งานง่าย รองรับภาษาไทย
ข้อเสีย
- ความซับซ้อนของรหัส: บางกรณีที่ซับซ้อนอาจต้องการการตรวจสอบเพิ่มเติม
- การอัปเดต: ต้องอัปเดตฐานข้อมูลรหัสให้ทันสมัยอยู่เสมอ
- ภาษา: อาจมีข้อจำกัดในการแปลศัพท์เฉพาะทาง
2.3 ReMED - ระบบแนะนำการวินิจฉัยผ่านยา
คุณสมบัติหลัก
- วิเคราะห์รายการยาที่สั่งจ่าย เพื่อแนะนำการวินิจฉัยที่เป็นไปได้
- ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างยากับโรค
- เตือนภัยทางคลินิกเมื่อพบความไม่สอดคล้อง
- รองรับฐานข้อมูลยาในประเทศไทย
ข้อดี
- เพิ่มความแม่นยำ: ช่วยตรวจสอบการวินิจฉัยผ่านรูปแบบการสั่งยา
- ป้องกันข้อผิดพลาด: ลดการสั่งยาที่ไม่สอดคล้องกับอาการ
- ประหยัดต้นทุน: ลดการสั่งยาที่ไม่จำเป็น
- Decision Support: เป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจแพทย์
ข้อเสีย
- ข้อจำกัดฐานข้อมูล: ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของฐานข้อมูลยา
- ความซับซ้อนทางคลินิก: บางกรณีมีหลายโรคร่วม อาจแนะนำไม่ครบถ้วน
- ต้องการการตรวจสอบ: ยังคงต้องการแพทย์ยืนยันการตัดสินใจสุดท้าย
2.4 Bill-in - ระบบแนะนำการวินิจฉัยผ่านการเรียกเก็บเงิน
คุณสมบัติหลัก
- วิเคราะห์รายการเรียกเก็บเงิน (Billing Items) เพื่อแนะนำรหัสการวินิจฉัย
- ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างการรักษาและการวินิจฉัย
- เพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายจากหน่วยประกันสุขภาพ
- รองรับระบบ UC, SSS และประกันสุขภาพอื่นๆ ในไทย
ข้อดี
- เพิ่มรายได้: เพิ่มโอกาสการเบิกจ่ายที่ถูกต้องครบถ้วน
- ลดการ Reject: ลดการถูกปฏิเสธจากหน่วยประกัน
- ตรวจสอบอัตโนมัติ: ระบบตรวจสอบความสอดคล้องแบบอัตโนมัติ
- เพิ่มประสิทธิภาพ: เร่งกระบวนการเบิกจ่าย
ข้อเสีย
- ข้อจำกัดนโยบาย: ขึ้นอยู่กับนโยบายการเบิกจ่ายของแต่ละหน่วยประกัน
- ความซับซ้อนของกฎ: กฎการเบิกจ่ายมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงบ่อย
- ต้องการอัปเดต: ต้องอัปเดตกฎและระเบียบการเบิกจ่ายสม่ำเสมอ
2.5 Advance-ICD - ระบบแนะนำรหัส ICD-10 ขั้นสูง
คุณสมบัติหลัก
- AI ขั้นสูงสำหรับการแนะนำรหัส ICD-10 ที่แม่นยำ
- รองรับการวินิจฉัยที่ซับซ้อนและมีหลายโรคร่วม (Comorbidity)
- ตรวจสอบความถูกต้องแบบ Cross-reference
- เรียนรู้จากรูปแบบการวินิจฉัยของแต่ละโรงพยาบาล
ข้อดี
- ความแม่นยำสูง: AI ที่ผ่านการเทรนด้วยข้อมูลจริงจากโรงพยาบาล
- รองรับความซับซ้อน: จัดการกรณีที่มีหลายโรคร่วมได้ดี
- การเรียนรู้: ระบบปรับปรุงตัวเองจากการใช้งาน
- ประหยัดเวลา: ลดเวลาในการค้นหารหัสจากหลายชั่วโมงเป็นไม่กี่วินาที
ข้อเสีย
- ต้องการการเทรน: ต้องใช้เวลาในการเทรน AI ให้เข้ากับแต่ละโรงพยาบาล
- ความซับซ้อน: ผู้ใช้ต้องมีความรู้เรื่องการเข้ารหัสอยู่บ้าง
- ค่าใช้จ่าย: อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าระบบแบบดั้งเดิม
2.6 Advance-DRG - ระบบคำนวณ DRG และ Adjusted Relative Weight
คุณสมบัติหลัก
- คำนวณ Diagnosis Related Groups (DRG) สำหรับการจัดกลุ่มผู้ป่วย
- คำนวณ Adjusted Relative Weight สำหรับการกำหนดอัตราการชดเชย
- รองรับมาตรฐาน DRG ของประเทศไทย
- เชื่อมต่อกับระบบการเงินและบัญชี
ข้อดี
- เพิ่มรายได้: คำนวณอัตราชดเชยที่ถูกต้องตามมาตรฐาน
- ความแม่นยำ: ลดข้อผิดพลาดในการคำนวณ DRG
- ตรวจสอบอัตโนมัติ: ระบบตรวจสอบความถูกต้องแบบอัตโนมัติ
- รองรับมาตรฐาน: ทำงานร่วมกับระบบ UC และ SSS
ข้อเสีย
- ความซับซ้อนของสูตร: สูตรคำนวณ DRG มีความซับซ้อน
- การอัปเดต: ต้องอัปเดตสูตรคำนวณตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
- ต้องการความเชี่ยวชาซ: ผู้ใช้ต้องเข้าใจเรื่อง DRG และระบบชดเชย
2.7 Pop-Text - ระบบวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์พร้อม Dashboard
คุณสมบัติหลัก
- วิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์เชิงลึกด้วย AI
- สร้าง Dashboard แสดงผลแบบเรียลไทม์
- รายงานทางสถิติและแนวโน้ม
- เครื่องมือสำหรับการวิจัยทางการแพทย์
ข้อดี
- Insight ที่ลึกซึ้ง: ให้ข้อมูลเชิงลึกจากการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก
- การตัดสินใจ: สนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของโรงพยาบาล
- ประสิทธิภาพ: ปรับปรุงกระบวนการทำงานตามข้อมูล
- การวิจัย: เครื่องมือสำหรับการวิจัยทางการแพทย์
ข้อเสีย
- ต้องการข้อมูลจำนวนมาก: ต้องมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการวิเคราะห์
- ความซับซ้อน: การตีความผลต้องการความเชี่ยวชาซ
- ความเป็นส่วนตัว: ต้องระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ป่วย
2.3 กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
- โรงพยาบาล
- บริษัทประกันสุขภาพ
- นักพัฒนาทางการแพทย์
- ภาคเทคโนโลยีด้านการดูแลสุขภาพ
3. การวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสีย
3.1 ข้อดี
ด้านเทคนิค
- เทคโนโลยี AI ทันสมัย: ใช้ NLP, LLM และ Agentic AI
- การรองรับมาตรฐานสากล: ICD-10, SNOMED-CT, DRG
- ความแม่นยำสูง: ลดข้อผิดพลาดในการเข้ารหัสทางการแพทย์
- การผสานระบบ: สามารถรวมกับระบบ HIS ได้หลากหลาย
ด้านธุรกิจ
- ผลตอบแทนที่พิสูจน์ได้: เพิ่มรายได้เฉลี่ย 62 ล้านบาทต่อโรงพยาบาล
- ประสิทธิภาพ: เพิ่มความเร็วในการระบุรหัสโรค 71%
- ลดภาระงาน: ลดชั่วโมงการทำงานของบุคลากรกว่า 9,057 ชั่วโมง
- การรับรองมาตรฐาน: ได้รับการรับรองจาก TCELS และ AiAT
ด้านตลาด
- ความรู้ตลาดไทย: เข้าใจปัญหาของโรงพยาบาลไทยเป็นอย่างดี
- พาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่ง: ร่วมงานกับ MEDcury ได้สำเร็จ
- การยอมรับในอุตสาหกรรม: เป็นที่รู้จักในวงการ Healthtech ไทย
3.2 ข้อเสีย
ด้านองค์กร
- บริษัทใหม่: จดทะเบียนเมื่อ 2565 อาจมีประสบการณ์จำกัด
- ทีมงานขนาดเล็ก: อาจมีข้อจำกัดในการขยายตัวอย่างรวดเร็ว
- ความพึ่งพาผู้ก่อตั้ง: อาจเสี่ยงหากผู้ก่อตั้งหลักออกจากบริษัท
ด้านเทคนิค
- ความซับซ้อนของ AI: ต้องการความเชี่ยวชาญสูงในการดูแลรักษา
- การพึ่งพาข้อมูล: ต้องการข้อมูลคุณภาพสูงในการเทรน Model
- ความท้าทายในการปรับแต่ง: อาจต้องใช้เวลานานในการปรับให้เข้ากับโรงพยาบาลแต่ละแห่ง
ด้านตลาด
- การแข่งขันเพิ่มขึ้น: ผู้เล่นใหญ่เริ่มเข้ามาในตลาด AI Medical
- ข้อจำกัดทางการเงิน: อาจมีงบประมาณจำกัดในการขยายธุรกิจ
4. การเปรียบเทียบกับมาตรฐานและคู่แข่ง
4.1 การเปรียบเทียบกับมาตรฐานสากล
| หัวข้อ | SATI | มาตรฐานสากล | คะแนน |
|---|---|---|---|
| ICD-10 Compliance | ✅ รองรับ | ✅ จำเป็น | 10/10 |
| SNOMED-CT | ✅ รองรับ | ✅ แนะนำ | 10/10 |
| HL7 FHIR | ❓ ไม่ระบุ | ✅ แนะนำ | 5/10 |
| Security Standards | ❓ ไม่ระบุชัดเจน | ✅ จำเป็น | 6/10 |
| API Integration | ✅ รองรับ | ✅ จำเป็น | 9/10 |
4.2 การเปรียบเทียบกับคู่แข่งในต่างประเทศ
vs. Fathom (USA)
- SATI: เน้นตลาดไทย, รองรับภาษาไทย
- Fathom: ตลาดสากล, ประสบการณ์มากกว่า, ระบบ E/M Coding
- ข้อได้เปรียบของ SATI: ความเข้าใจตลาดไทย, ราคาที่แข่งขันได้
vs. CodaMetrix (USA)
- SATI: เน้น ICD/DRG, มี NLP ภาษาไทย
- CodaMetrix: HIPAA Compliant, ลด Denial 70%
- ข้อได้เปรียบของ SATI: การปรับแต่งสำหรับระบบสุขภาพไทย
4.3 การเปรียบเทียบกับคู่แข่งในประเทศไทย
vs. Bangkok Medical Software (BMS)
| หัวข้อ | SATI | BMS-HOSxP |
|---|---|---|
| ประสบการณ์ | 2 ปี | 25+ ปี |
| การครอบคลุมตลาด | เฉพาะ AI Module | 90% ของโรงพยาบาล |
| เทคโนโลジี | AI-First | HIS แบบดั้งเดิม + AI Add-on |
| การทำงานร่วม | เป็น Plugin | ระบบหลัก |
ข้อได้เปรียบของ SATI: - เทคโนโลยี AI ที่ล้ำหน้า - ความเชี่ยวชาซเฉพาะด้าน Medical Coding - ความยืดหยุ่นในการพัฒนา
ข้อเสียเปรียบ: - ฐานลูกค้าน้อยกว่า - ประสบการณ์ในตลาดน้อยกว่า
5. โอกาสการเป็นพาร์ทเนอร์สำหรับระบบ HIS
5.1 แนวทางการเป็นพาร์ทเนอร์
5.1.1 Integration Partnership
- รูปแบบ: พัฒนา API Gateway เชื่อมต่อระหว่างระบบ HIS กับ SATI AI
- ประโยชน์: เสริมความแข็งแกร่งให้ระบบ HIS ด้วย AI Medical Coding
- การลงทุน: ต่ำ-กลาง
5.1.2 White-label Partnership
- รูปแบบ: ใช้เทคโนโลยี SATI ภายใต้แบรนด์ของเรา
- ประโยชน์: ได้เทคโนโลยี AI โดยไม่ต้องพัฒนาเอง
- การลงทุน: กลาง-สูง
5.1.3 Joint Development
- รูปแบบ: ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
- ประโยชน์: สร้างโซลูชันที่แข็งแกร่งและครอบคลุมมากขึ้น
- การลงทุน: สูง
5.2 จุดแข็งที่ SATI จะเสริมให้ระบบ HIS
- AI Medical Coding: เพิ่มความแม่นยำในการเข้ารหัสโรค
- Revenue Optimization: เพิ่มรายได้จากการเบิกจ่าย
- Workflow Automation: ลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์
- Compliance: รับประกันความถูกต้องตามมาตรฐาน
- Analytics: ระบบวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ขั้นสูง
5.4 ความเสี่ยงและการจัดการ
ความเสี่ยงทางเทคนิค
- ปัญหา: API Compatibility Issues
- แก้ไข: พัฒนา Middleware Layer
ความเสี่ยงทางธุรกิจ
- ปัญหา: SATI อาจขายให้คู่แข่ง
- แก้ไข: สร้างข้อตกลง Exclusive ในบางส่วน
ความเสี่ยงด้านการสนับสนุน
- ปัญหา: ทีมงาน SATI ขนาดเล็ก
- แก้ไข: สร้างทีม Technical Support ร่วม
6. ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์
6.1 แนวทางการเสนอความร่วมมือ
การเตรียมการก่อนเจรจา
- สร้าง Use Case: จำลองสถานการณ์การใช้งานจริง
- เตรียม Technical Team: มีทีมที่เข้าใจ AI และ Medical Coding
- วิเคราะห์ Competitor: ศึกษาว่าคู่แข่งกำลังทำอะไร
จุดขายหลักที่ควรนำเสนอ
- Market Access: ช่วย SATI เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
- Technical Infrastructure: มีระบบ HIS ที่แข็งแกร่งรองรับ
- Long-term Partnership: มองหาพาร์ทเนอร์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ Vendor